@ตำราเพิ่มเติมไฟล์ .pdf @ เข็มและการใช้เข็ม @ การใช้การฝังเข็มในเวชปฏิบัติ @ แหล่งข้อมูลอ้างอิง @ผู้เรียบเรียง
@10 จุดฝังเข็มยอดนิยม @คลิปวีดีโอ จุดบนเส้นลมปราณ @การฝังเข็มที่ศีรษะ (เครดิต : หัวเฉียว)



## ชมคลิปวิดีโอเพิ่มเติม ##
"คำนำ"

การฝังเข็มเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์ ทางเลือกซึ่งมีเนื้อหาความรู้มากมายมหาศาล และเพิ่มพูนงอกเงยอยู่ทุกขณะเนื่องจากเวลาจำกัด การเรียนรู้จึงเป็นปัญหาอย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจอีกประการหนึ่งตำราภาษาไทยเรื่องการฝังเข็มมีน้อยผู้เรียนต้องอาศัยตำราภาษาอังกฤษอันเป็นอุปสรรคสำหรับบางคนทำให้ยิ่งยากลำบากเพิ่มขึ้นในการแสวงหาความรู้

หนังสือการฝังเข็มในเวชปฏิบัตินี้ มีจุดประสงค์เพื่อ

    1. ช่วยให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้เนื้อหาการฝังเข็มได้มากและง่ายขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง
    2. รู้เข้าใจหลักการและจุดมุ่งหมายของการเรียนชัดเจนขึ้น
    3. เป็นพื้นฐานก่อนที่จะศึกษาเพิ่มเติมจากตำราภาษาอังกฤษหรือวารสารต่อไป

หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเรียบเรียงจากตำราการฝังเข็มตำราการแพทย์ทางเลือกมาตรฐานหลายเล่มและประสบการณ์ของผู้เรียบเรียงที่ได้ดูแลผู้ป่วยฝังเข็มในหลายปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณคลินิคดุลยภาพบำบัดและเวชกรรมฝังเข็มโรงพยาบาลป่าติ้ว จังหวัดยโสธร เป็นแหล่งความรู้ในการฝังเข็ม ขอบคุณ นายแพทย์สมควร หาญพัฒนชัยกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ที่ให้การสนับสนุนการจัดตั้งคลินิคดุลยภาพบำบัด และเวชกรรมฝังเข็ม และขอขอบคุณรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงลดาวัลย์ สุวรรณกิตติ ผู้ชักนำและถ่ายทอดความรู้ด้านดุลยภาพบำบัดและเวชกรรมฝังเข็มแก่ผู้เรียบเรียง

นายแพทย์เกียรติคุณ ศิลาบุตร

พฤศจิกายน 2543


" บทนำ "

การฝังเข็ม หมายถึงการใช้เข็มปักเข้าไปยังตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายมีจุดมุ่งหมายทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็น 2 ส่วน ได้แก่

    1. ปรับสมดุลย์ของร่างกายเพื่อให้อวัยวะและระบบต่างๆ กลับมาทำงานได้ตามปกติเรียกว่า ฝังเข็มรักษา
    2. การฝังเข็มเพื่อให้ “ระงับความเจ็บปวด” ใช้ในการรักษาโรคปวดหรือใช้ในการผ่าตัด

ในอนาคตทั้ง 2 วัตถุประสงค์อาจรวมเป็นหนึ่งเดียวคือ Preventive Medicine มีวิทยาการอย่างอื่นหลายแขนงที่เกี่ยวข้องกับการฝังเข็มซึ่งจะกล่าวถึงโดยย่อได้แก่

    1. การกดจุด (Acupressure) จุดต่าง ๆ อาศัยจุดตามแบบเดียวกับการฝังเข็มเพียงแต่ไม่ใช้เข็ม แต่ใช้นิ้วมือเป็นเครื่องมือในการกดนวดแทนโดยมีเทคนิคการนวดหลายแบบ แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกับการฝังเข็ม
    2. การรมยา (Moxibustion) วิธีนี้ใช้สมุนไพรที่กำหนดไว้มวนคล้ายบุหรี่แต่มีขนาดเล็กกว่าวางไว้ตามจุดต่าง ๆ เช่นเดียวกับจุดของการฝังเข็ม โดยใช้ขิงหรือมันฝรั่งรองเป็นฐานแล้วจุดไฟที่ปลาย จนลามมาที่ผิวหนัง จะรู้สึกร้อนเป็นแนว
    3. การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า (Electroacupuncture) เหมือนการฝังเข็มทุกประการ แต่การกระตุ้นเข็มจะใช้ไฟฟ้ากระตุ้น ซึ่งเป็นวิธีที่แพร่หลายมากที่สุดในปัจจุบัน
    4. TENS (Transcutaneous Electrical-Nerve Stimulation) วิธีนี้ไม่ใช้เข็ม แต่ใช้ไฟกระตุ้นผ่านผิวหนัง ในหลักการเดียวกันกับการฝังเข็ม ในการวิจัยบางครั้งจะมีการศึกษาเปรียบเทียบกันเสมอ
    5. Laser Acupuncture (LA) เป็นวิทยาการใหม่ที่ใช้หลักการของการฝังเข็มและใช้จุดฝังเข็ม แต่ไม่ใช้เข็ม ใช้เครื่องเลเซอร์ยิงไปยังจุดต่าง ๆ ตามต้องการ

ประวัติการฝังเข็ม ในประเทศจีน
เชื่อกันว่า การฝังเข็มเกิดขึ้นในประเทศจีนกว่า 5,000 ปีมาแล้ว มีหลักฐานแน่ชัดว่า เข็มที่ถูกบันทึกไว้เป็นครั้งแรกนั้นทำด้วยหิน เรียกว่า หินเบี่ยน (Pien) เมื่อประมาณ 2,500 ปี มาแล้วในต้นราชวงศ์ฮั่น หรือประมาณ 2,000 ปีก่อน ได้มีตำราแพทย์เล่มแรก ซึ่งท้ายเล่มบันทึกเรื่องราวเกียวกับการฝังเข็มไว้ ต่อมาได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า “Classical Textbook of Physical Medicine of The Yellow Emperor” ในราชวงศ์ฮั่นเข็มถูกบันทึกไว้ว่าทำด้วยเงินและทอง

    • ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 220 การฝังเข็มได้รับการบันทึกในพจนานุกรมจีน และมีตำราอธิบายถึงวิธีการโดยละเอียด
    • ปี ค.ศ. 1833 การแพทย์แผนปัจจุบันได้แพร่หลายเข้าไปในจีน แต่การแพทย์แผนโบราณรวมทั้งการฝังเข็มยังเป็นที่นิยมแพร่หลายไปพร้อมๆ กัน
    • ปี ค.ศ. 1958 เหมาเจ๋อตุงอนุญาตให้การแพทย์จีนดำเนินการไปทั้งทางแพทย์แผนปัจจุบันและแผนจีน และแพทย์แผนปัจจุบันจึงได้นำการฝังเข็มมาใช้ในการรักษาโรคและระงับปวดกันอย่างแพร่หลายจนปัจจุบัน
กลไกการฝังเข็ม
1.การฝังเข็มระงับปวด (Acupuncture Analgesia)

    1. กลไกทางระบบประสาท
    2. สารเอนดอร์ฟินกับการฝังเข็มระงับปวด
    3. สารในสมองส่วนกลาง
    4. ระบบพิทูอิทารี่ไฮโปธาลามัส
    5. สรุป

2.การฝังเข็มระงับปวดกับอาการปวดเรื้อรัง
3.การติดยากับการฝังเข็ม
4.ผลของการฝังเข็มกับระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด การแก้อาเจียน ระบบปัสสาวะ ระบบการหายใจ ระบบขับถ่าย
1.การฝังเข็มระงับปวด
ในระยะหลังประเทศทางตะวันตก ใช้การฝังเข็มระงับปวด(Acupuncture Analgesia) ในการรักษาโรคปวดเรื้อรังเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช้ในหัตถการทางศัลยกรรมนอกจากเป็นการสาธิตเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีการใช้การฝังเข็มระงับปวดร่วมกับการให้ไนตรัสออกไวด์หรือเฟนตานิล
มีคำถามว่า “การฝังเข็มสามารถลดอาการปวดฟันได้อย่างไร” เนื่องจากเป็นไปตามทฤษฎีทางสรีรวิทยา นักวิทยาศาสตร์จึงมีความสงสัย โดยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่า เกิดจากภาวะหลอก (Placebo Effect) การคาดหวัง และการสะกดจิต
ในปี ค.ศ.1945 บีเชอร์และคณะ ได้อธิบายการระงับปวด โดยการใช้มอร์ฟีนพบว่าสามารถ ลดอาการปวดได้ 70% ของผู้ป่วย ในขณะที่การให้สารสายละลายน้ำตาล (Placebo) สามารถลดปวดได้ 35 % (โดยผู้ป่วยเข้าใจว่าตนเองได้รับมอร์ฟีน) ในปี ค.ศ. 1970 นักวิจัยได้ตั้งสมมติฐานการฝังเข็มระงับปวดมีกลไกทางจิตใจ อย่างไรก็ตามไม่สามารถอธิบายสมมติฐานนี้ได้ในการใช้การฝังเข็มในสัตว์ ซึ่งมีการใช้ในประเทศจีนกว่า 1000 ปี ในยุโรปกว่า 100 ปี และกำลังเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา ในสัตว์ไม่สามารถอธิบายสมมติฐานนี้ได้ จะมีเพียงสัตว์ 1 – 2 ชนิดเท่านั้นที่อธิบายผลทางจิตใจได้ เรียกภาวะนี้ว่า “Animal hypnosis” ขณะเดียวกันในเด็กอายุน้อยๆ ก็ตอบสนองต่อการฝังเข็ม การทดสอบทางจิตเวชกับการฝังเข็มไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างความคาดหวังกับการฝังเข็ม การสะกดจิตสามารถตัดออกไปได้ จากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการสะกดจิตและการฝังเข็มต่อการตอบสนองต่อ Naloxone พบว่าการฝังเข็มสามารถถูกยับยั้งจากการใช้ Naloxone ในขณะที่การสะกดจิตไม่ถูกยับยั้ง
หลักฐานงานวิจัยด้านการฝังเข็มส่วนใหญ่ได้จากคน ซึ่งมีการเก็บประวัติจากผู้ป่วย มีเพียงบางงานวิจัยที่เป็นงานวิจัยเชิงทดลอง 20 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งคำถามสำคัญ 2 ประการ คือ
1.การฝังเข็มระงับปวดมีประโยชน์จริงหรือ?
(โดยการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยามากกว่าจิตใจหรือภาวะหลอก)
2.ถ้ามีประโยชน์จริง อะไรคือกลไกที่ทำให้เกิด
สำหรับคำถามแรก จำเป็นต้องใช้วิธีทดลองที่มีกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองเพื่อขจัดภาวะหลอก การหายเองซึ่งส่วนใหญ่จะทำในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือการศึกษาทางห้องปฏิบัติการที่กระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดทั้งในคนและในสัตว์ ผลสรุปจากการทดลองพบว่าการฝังเข็มระงับปวดมีประโยชน์กว่าภาวะหลอกมาก


1.1 ระบบประสาทกับการฝังเข็มระงับปวด
การฝังเข็มระงับปวดกระตุ้นเส้นประสาทเล็กๆ ในกล้ามเนื้อนำกระแสประสาทไปที่ไขสันหลังและมีศูนย์ 3 ศูนย์ที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งกระแสประสาทด้านความเจ็บปวดคือ ไขสันหลัง Midbrain และพิทูอิทารี ในรูปที่ 1,2 สรุปสมมติฐานของกลไกการฝังเข็มระงับปวดต่อระบบประสาท
รูปที่ 1 ด้านบนแสดงการส่งกระแสประสาทหลังจากการได้รับความเจ็บปวด จากผิวหนังบริเวณที่ถูกกระตุ้นจนกระทั่งถึงสมอง
ด้านล่างแสดงการฝังเข็มผ่านผิวหนังเข้าไปที่กล้ามเนื้อถัดมาเป็นไขสันหลังและส่วนต่างๆ ของสมอง
จากรูปที่ 1 เพื่อความเข้าใจในการส่งกระแสประสาทดูที่ลูกศรซ้ายบนหลังจากที่มีภยันตรายต่อผิวหนังจะกระตุ้น Sensory receptor ของ afferent fiber A delta และ C axon (ไยประสาทแบ่งโดยใช้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและจุดกำเนิดว่ามาจากผิวหนังและกล้ามเนื้อ
เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่มีmyelinคลุม A beta(ผิวหนัง),type I(muscle) ส่ง touch และ propioception
เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเล็กมี Myelinคลุม A delta (ผิวหนัง), type II, III (muscle) ส่ง Pain
เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเลกที่สุดไม่มี myelin คลุม C (ผิวหนัง), type IV(muscle) ส่ง Pain
II,III,IV และ C สามารถส่งกระแสประสาทความเจ็บปวดได้)
จากรูปที่ 1 เซลล์ ( ส่งกระแสประสาทไปที่ เซลล์ ( ซึ่งอยู่ในไขสันหลังในส่วน Spinothalamic tract (STT) เซลล์ ((STT) ส่งกระแสประสาทไปยังเซลล์ (ในธาลามัส แล้วส่งต่อไปยัง เซลล์ (ในสมอง(ส่วน somatosensory cortex) การส่งกระแสประสาทความเจ็บปวดไปสู่สมองมีทั้งหมด 6 ทาง แต่เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจจึงนำมาอธิบายเพียงทางเดียว คือ Spinothalamic tract (STT) สำหรับเซลล์ที่เหลือ รูปที่ 2 จะแสดงถึงการทำงานจากการฝังเข็มส่งกระแสประสาทสู่ไขสันหลังผ่านเซลล์ (ซึ่งเป็นไยประสาท type II, III โดย type II จะแสดงอาการตื้อหรือที่เรียกว่า De Qui sensation ส่วน type III จะมีอาการหนักและเจ็บร้าว(heaviness+aching) ในบางจุดฝังเข็มไม่มีกล้ามเนื้อ เช่น ปลายนิ้ว,บริเวณเส้นประสาทใหญ่ใยประสาทอื่นจะมาเกี่ยวข้อง (ถ้า cutaneous nerve ถูกกระตุ้น A delta จะเกี่ยวข้อง) เซลล์ ( ส่งกระแสประสาทไปยัง เซลล์ ( อยู่ในไขสันหลังส่วน Anterolateral Tract ซึ่งส่งกระแสประสาทไปยัง 3 ศูนย์ คือ ไขสันหลัง,Midbrain,พิทูอิทารีไฮโปธาลามัส ในไขสันหลัง เซลล์ ( ส่งกระแสประสาทไปยัง เซลล์ ( ซึ่งเป็นเซลล์ที่หลั่งสารเอนดอร์ฟิน ได้แก่ enkephaline , dynorphin แต่ไม่หลั่ง เบต้า-เอนดอร์ฟิน สารเอนดอร์ฟินในไขสันหลังจะไปยับยั้งการส่งกระแสประสาทความเจ็บปวดจากเซลล์ ( ไปยังเซลล์ ( มีไยประสาทระหว่างเซลล์ ( และเซลล์ (ซึ่งคาดว่าปลายประสาทของเซลล์ ( จะมี receptor ที่เกี่ยวข้องกับสารเอ็นดอร์ฟินอย่ในรูปที่ 2ไม่ได้แสดงสารอื่น ๆ ที่อยู่ตรงปลายประสาท เซลล์( ซึ่งได้แก่ Cholecystokinin , Somatostatin , Neurotensin , Dombesin , Calcitonin , gene related peptide , Angiotensin , Supstance P , vasoactive intestinal peptide ซึ่ง Cholecystokinin (CCK) จะมีผลต่อการฝังเข็มระงับปวดโดยออกฤทธิ์คล้ายๆ กับ Naloxoneไปยับยั้งการฝังเข็มระงับปวดที่ผ่านกลไกสารเอนดอร์ฟิน
เซลล์ ( ส่งกระแสประสาทไปยัง Midbrain โดยผ่าน Anterolateral tract จะไปกระตุ้นเซลล์ใน Periaquiductal gray (PAG)
เซลล์ (,( จะหลั่งสาร enkephalin เพื่อยับยั้งการทำงานของเซลล์ ( เซลล์ ( จะส่งกระแสประสาทไปที่เซลล์ 11 ต่อจากนั้นเซลล์ 11 ก็จะส่งกระแสประสาทไปตามไขสันหลังผ่านทาง Dorsolateral Tract (DLT) จะมีการหลั่งสาร Monoamines เช่น Serotonin และ norepinephrine ไปยังไขสันหลัง โดยสาร Monoamines จะยับยั้งการทำงานของเซลล์ ( และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ( ทำให้อาการปวดลดลง โดยเชื่อว่าทั้ง Serotonin และ Norepinephrine ออกฤทธิ์เสริมกัน นอกจากนี้ยังมีสารMonoamines อีกหลายตัว เช่น Neurotensin มาเกี่ยวข้องในขณะนี้ได้มีผู้วิจัยสารต่างๆ เหล่านี้อยู่ เซลล์ ( ส่งกระแสประสาทไปยัง เซลล์ 12 , 13 ในพิทูอิทารีไฮโปธาลามัส โดยเซลล์ 12 อยู่ใน arcuate nucleus กระตุ้นผ่านเบต้าเอ็นดอร์ฟิน เซลล์ 13 ในไฮโปธาลามัสจะหลั่งสารเบต้าเอนดอร์ฟินไปกระตุ้นเซลล์ 14ในพิทูอิทารีแล้วส่งผลต่อเซลล์ ( ใน Midbrain ความสำคัญของการหลั่งสารเบต้าเอนดอร์ฟินในพิทูอิทารี จะสัมพันธ์กับการหลั่ง ACTH (Adrenocorticotrophic Hormone) ซึ่งจะหลั่งออกมาพร้อมกันในกระแสเลือดมีปริมาณสัมพันธ์กัน ACTH จะเดินทางไปยังต่อมหมวกไต(เป็นแหล่งผลิตคอร์ติซอลในเลือด) จึงเป็นการอธิบายการลดการอักเสบของข้ออักเสบ และการลดการหอบหืด (ระดับคอร์ติซอลในเลือดที่เกิดจากการฝังเข็มมีจำนวนน้อยและสม่ำเสมอ จึงไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการรักษาด้วยยาคอร์ติซอล) โดยสรุป การฝังเข็มกระตุ้นไยประสาทในกล้ามเนื้อ ส่งกระแสประสาทไปยังไขสันหลังและกระตุ้นศูนย์ 3 ศูนย์(ไขสันหลัง,Midbrain และระบบพิทูอิทารีไฮโปธาลามัส)ทำให้ระงับปวดระดับไขสันหลังใช้ enkephaline และ dynorphin สกัดกั้นกระแสประสาทด้วยการกระตุ้นในช่วงความถี่ต่ำ และสารGABAโดยการกระตุ้นช่วงความถี่สูงระดับMidbrain ใช้ enkephalinไปกระตุ้นเซลล์บริเวณ Rapheไปยับยั้ง spinal cord pain โดยใช้สาร Monoamines ด้วยการกระตุ้นช่วงความถี่สูงส่วนระบบพิทูอิทารีไฮโปธาลามัสนั้น จะมีการหลั่งสารเบต้าเอนดอร์ฟินเข้าสู่กระแสเลือดและน้ำไขสันหลัง ทำให้ระงับปวด ไฮโปธาลามัสเองได้ส่งไยประสาทไปยัง Midbrain ผ่านเบต้าเอนดอร์ฟินทำให้อาการปวดลดลง การกระตุ้นศูนย์นี้จะเกิดจากช่วงความถี่ต่ำ
การใช้ในทางปฏิบัติ
* เมื่อฝังเข็มใกล้บริเวณที่ปวดและตึง(trigger point) จะส่งกระแสประสาทไปยังเซลล์ ในไขสันหลัง และเซลล์ 11,14 ในศูนย์อื่น

*เมื่อฝังเข็มห่างจากบริเวณที่ปวดจะกระตุ้นเพียง เซลล์ 11,14 โดยไม่กระตุ้นเซลล์ ( ดังนั้นจะเห็นว่า เซลล์ 11 ,14 สามารถลดอาการปวดได้ทั่วร่างกายแต่เซลล์ นั้นจะลดอาการปวดได้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้นการฝังเข็มเฉพาะที่ให้ผลตรงบริเวณที่ปวดมากกว่าการฝังเข็มในจุดที่ไกลออกไปจากสมมติฐาน 3 ศูนย์ที่กล่าวมาโดยทั่วไปการฝังเข็มมี 2 ชนิด คือการฝังเข็มใกล้บริเวณที่เป็นและไกลจากบริเวณที่เป็น (local&distance) จะใช้ร่วมกันในผู้ป่วยเพื่อเสริมกัน จุดสำคัญในการปฏิบัติอีกจุดหนึ่ง คือ การกระตุ้นซึ่งมี 2 ประเภทคือ
1.การกระตุ้นในย่านความถี่ต่ำ (2-4 Hz) ความแรงสูง การออกฤทธิ์ผ่านระบบเอนดอร์ฟินและผ่าน 3 ศูนย์
2.การกระตุ้นในย่าความถี่สูง (50 – 200 Hz) ความแรงต่ำ ออกฤทธิ์ผ่านเซลล์ และ 11 โดยไม่ผ่านระบบเอนดอร์ฟิน
จากการวิจัยพบว่า
ก. การกระตุ้นที่ย่านความถี่ต่ำสามารถลดอาการปวดช้ากว่าใช้เวลาในการรักษานานกว่าการกระตุ้นที่ย่านความถี่สูง โดยการกระตุ้นที่ย่าความถี่ต่ำใช้เวลากระตุ้น 30 นาที และจะมีผลสะสม คือผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ
ข. การกระตุ้นที่ย่านความถี่สูงสามารถลดอาการปวดได้เร็วกว่าใช้เวลาในการรักษาสั้นกว่าแต่ไม่มีผลสะสมของการกระตุ้น
จึงมีผู้ให้คำอธิบายปรากฎการณ์ว่าข้อแรกเป็น Acupuncture-like TENS ข้อสองเป็น Conventional TENS เนื่องจากการกระตุ้นที่ย่านความถี่ต่ำความแรงสูง ทำให้เกิดการสะสมการมารับการรักษาอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น เป็นจากการคงอยู่ของเอนดอร์ฟินส่วน Conventional TENSหากใช้ในผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องพบว่ามีการดื้อต่อการรักษา การไม่ตอบสนองต่อการฝังเข็มระงับปวดเกิดขึ้นได้จากภาวะพันธุกรรมผิดปกติในส่วน Opiate receptors หรือการบกพร่องในโมเลกุลของสารเอนดอร์ฟินซึ่งในบางแห่งใช้ยา D-phenylalanine เพื่อช่วยในการกระตุ้นเอนดอร์ฟิน ในทางเวชปฏิบัติต้องอธิบายให้ผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาไม่ดีไม่ควรหยุดการรักษาเร็วเกินไป เนื่องจากอาจจะมีภาวะสะสมน้อยกว่าผู้อื่น(อีกทางเลือกหนึ่งคือให้ผู้ป่วยทำ 5 ครั้งถ้าอาการไม่ทุเลาให้หยุดการรักษา หรือถ้ามีการตอบสนองบ้างก็ให้ทำต่อไปอีกและพิจารณาใหม่เมื่อครั้งที่10-15)


1.2 เอ็นดอร์ฟินกับการฝังเข็มระงับปวด
การฝังเข็มระงับปวดมีการวิจัยในการใช้ endorphin antagonist เช่น Naloxone,Naltrexon เมเยอร์ศึกษาในอาสาสมัครที่นำมาทำให้ปวดฟันแล้วปักที่จุด LI 4 (…….) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่หนึ่งให้ Naloxone i.v. และกลุ่มที่สอง ให้ saline i.v. พบว่ากลุ่มที่ให้ Saline i.v.เริ่มชาเมื่อ 30 นาที และชาต่อจากนั้นอีก 1 ชั่วโมง ในขณะที่กลุ่มที่ให้Naloxone i.v. จะไม่มีอาการชาเกิดขึ้นแต่กลุ่มทดลองไม่มีกลุ่มให้ Naloxone i.v. อย่างเดียวโดยไม่ฝังเข็มเนื่องจากเกรงว่าผู้ป่วยจะเกิดอาการปวดมากกว่าเดิม (Hyperalgesia) จากยาNaloxone i.v. อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า Naloxone ไม่ทำให้เกิดอาการปวดมาก (Hyperalgesia) [เนื่องจากมีสมมติฐาน เอนดอร์ฟินไม่มีในระดับต่ำขณะเกิดความเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว และเมเยอร์ได้ใช้กลุ่มควบคุมเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยาหลอก เพื่อดูการระงับปวดจากยาหลอกพบว่าไม่มีผู้ป่วยที่สามารถระงับปวดได้จากยาหลอก (บีเชอร์ ได้ทดลองในภาวะเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว พบว่ามีผู้ป่วยเพียง 3 % เท่านั้นที่มีการระงับปวดจากยาหลอก [Placebo analgesia]) โพเมอรานซ์ได้ทดลองในหนู โดยการฝังเข็มที่ LI 4 (…) โดยแบ่งกลุ่มออกเป็นดังนี้ ฝังเข็มอย่างเดียว ฝังเข็มและให้ Saline i.v. ฝังเข็มและให้Naloxone i.v. ฝังเข็มผิดจุด (Sham point) Naloxone i.v.อย่างเดียว Saline i.v.อย่างเดียว และที่ไม่ได้รับการรักษา (โดยหนูทุกตัวในการทดลองได้รับการกระตุ้นให้ได้รับความเจ็บปวดเท่าๆ กัน) พบว่า Naloxone ยับยั้งฤทธิ์การฝังเข็มระงับปวดทั้งหมด การฝังเข็มผิดจุดไม่มีผลตอบสนอง Naloxoneอย่างเดียวทำให้เกิดอาการปวดมากขึ้น (Hyperalgesia)เพียงเล็กน้อยและได้นำมาประยุกต์ใช้ในคนคือ
1.การฝังเข็มไม่ใช่ผลทางด้านจิตใจ
2.การฝังเข็มระงับปวดถูกยับยั้งจาก Naloxone อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบว่าการเพิ่มปริมาณ Naloxone จะเพิ่มฤทธิ์การยับยั้งการฝังเข็ม
การศึกษาต่อมาในแมวโพเมอรานซ์บันทึกจาก Layer 5 cell ในไขสันหลัง (เซลล์(ในรูป 1) พบว่า Naloxone i.v. ยับยั้งฤทธิ์การฝังเข็มระงับปวดได้อย่างสิ้นเชิง


1.3 สาร Midbrain Monoamines กับการฝังเข็มระงับปวด
สาร Monoamines ใน Midbrain โดยเฉพาะ Serotonin และ Norepinephrine บริเวณRaphe magnus ในก้านสมองมีเซลล์ผลิต Serotonin มากที่สุดในสมอง ถ้ามีพยาธิสภาพขึ้นกับส่วนนี้จะทำให้ฤทธิ์การฝังเข็มระงับปวดลดลงด้วย Serotonin ที่หลั่งออกจาก Raphe ไปกระตุ้นไขสันหลังผ่าน Dorsolateraltract (DLT) เสริมฤทธิ์กับ Norepinephrine ออกฤทธิ์ในการส่งกระแสประสาทความเจ็บปวดในไขสันหลัง


1.4 การฝังเข็มระงับปวดกับระบบพิทูอิทารีไฮโปธาลามัส ศูนย์ที่เกี่ยวข้องกับการฝังเข็มศูนย์ที่ 3
จากการกระตุ้นที่ย่านความถี่ต่ำและผ่านระบบสารเอนดอร์ฟินสารเอนดอร์ฟินจะพบในเซลล์ใน arcuate nucleus ในไฮโปธาลามัสและต่อมพิทูอิทารีถ้ามีพยาธิสภาพในบริเวณดังกล่าวจะมีผลต่อการฝังเข็มระงับปวดการหลั่งสารเอนดอร์ฟินจะมีความสัมพันธ์กับการหลั่ง ACTH เข้าสู่กระแสเลือดซึ่งจะไปยังต่อมหมวกไตแล้วจะมีการหลั่งคอร์ติซอลจะช่วยในผู้ป่วยข้ออักเสบและผู้ป่วยโรคหอบหืด

สรุป

หลักฐานการวิจัยการฝังเข็มระงับปวดจะผ่านระบบสารเอนดอร์ฟินเป็นหลักร่วมกับสารMonoamines ในรูปที่ 1 และ 2 ที่กล่าวมา
2.การฝังเข็มระงับปวดสำหรับอาการปวดเรื้อรังสำหรับอาการปวดเรื้อรังสามรถสรุปข้อสำคัญของการฝังเข็มระงับปวดได้ 2 ประการ คือ 1.การฝังเข็มระงับปวดได้ผลมากกับผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังโดยสามารถช่วยได้ถึง 55-85 %ของผู้ป่วย เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยา (เช่น มอร์ฟีน ช่วยได้ 70 % เป็นต้น) 2.การฝังเข็มระงับปวดได้ผลมากกว่าภาวะหลอกมากซึ่งแสดงออกโดยทางกาย
จากผลสรุปที่กล่าวมาอยู่บนพื้นฐานข้อมูลจากการแบ่งกลุ่มการศึกษาวิจัยดังนี้
Class A การศึกษาที่ไม่มีกลุ่มควบคุมสำหรับเปรียบเทียบ
Class B การศึกษาที่มีกลุ่มควบคุมที่ฝังเข็มผ่านผิวหนังแต่ผิดจุด (Sham acupuncture) เทียบกับกลุ่มที่ได้รับการฝังเข็มที่ถูกต้อง
Class C การศึกษาในกลุ่มควบคุมที่ใช้การฝังเข็มหลอก (มักจะใช้ disconnected TENS หรือการใช้เข็มที่ใช้กาวติดกับผิวหนัง)
เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการฝังเข็มโดยจุดฝังเข็มทั้งสองกลุ่มจะเป็น true acupoint ใน Class B และ C ถือว่าเป็นการทดลองแบบ single blind (ผู้ป่วยจะไม่รู้ว่าตนเองได้รับเป็นจริงหรือหลอกแต่ผู้ให้การรักษาจะรู้) สามารถเรียงลำดับคุณภาพได้ Class C , Class B และ Class A ตามลำดับมากไปหาน้อย เริ่มแรกเราคาดว่าการเปรียบเทียบโดยให้Shamacupuncture เป็น Placebo แต่จากการศึกษาพบว่าการใช้ Sham acupuncture สามารถช่วยผู้ป่วยได้ถึง 33-50 % ขณะที่ Placebo ใน Class C สามารถช่วยลดปวดได้ 30-35%ของผู้ป่วยที่รับการรักษา (ส่วน true acupuncture สามารถช่วยได้ถึง 55 – 85 %) เลวิธและมาชินได้ทำการศึกษาพบว่า Sham acupuncture สามารถช่วยผู้ป่วยได้ 40% ขณะที่ True acupuncture สามารถช่วยได้ 70%
จากที่กล่าวมา Placebo ช่วยเพียงผู้ป่วยจำนวน 30 – 35 % ที่มาด้วยอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งการศึกษาในระยะแรกมีปัญหาเรื่องจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่นำมาศึกษา ต่อมาได้เพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างผลการวิจัยก็ได้ออกมาคล้ายกับการศึกษาที่กล่าวมาข้างต้น จึงมีการสงสัยกันในจุดฝังเข็มว่าจำเพาะกับการเจ็บปวดมากน้อยเพียงใด
ในการศึกษาทั้งสามกลุ่มข้างต้นมีหลายการศึกษาที่เปรียบเทียบการฝังเข็มกับการใช้ยา(Standard Treatment)กับอาการปวดเรื้อรัง พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน การศึกษาเหล่านี้ก็มีปัญหาเรื่องจำนวนกลุ่มตัวอย่างด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบผลข้างเคียงของการฝังเข็มและการใช้ยาระงับปวดแล้ว การฝังเข็มจะมีน้อยกว่า และเมื่อเปรียบเทียบการฝังเข็มกับ TENS การฝังเข็มจะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่จะไม่พบความแตกต่างทางสถิติการศึกษาในกลุ่มทั้งสามกลุ่มไม่สามารถแสดงความรู้สึกเต้อฉี้ (De Qi sensation) เมื่อการกระตุ้นผ่านไยประสาท type III ทำให้เกิดความรู้สึกเต้อฉี้ จะทำให้มี success rat ถึง 85-90% เมื่อติดตามการรักษาไป 4-8 เดือน
โดยสรุปการฝังเข็มระงับปวดจะดีกว่า Placebo สำหรับอาการปวดส่วนใหญ่ (ยกเว้น Neuralgia และ Migraine) สามารถช่วยได้ถึง 55-85% เมื่อเทียบกับการใช้มอร์ฟีนช่วยได้ 70% การฝังเข็มระงับปวดได้ผลดีกว่าหรือเท่ากับการใช้ยาและมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า จึงน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาอาการปวดเรื้อรัง การวิจัยในอนาคตคาดว่าจะต้องปรับระดับความรู้สึกเต้อฉี้ (De Qi sensation)ให้มากขึ้น เพื่อให้มีsuccessrate ที่มากขึ้นด้วย
ธรรมชาติของPlacebo พบว่า Half life ของการฝังเข็มระงับปวด 15-17 นาทีในคน และ 7-13 นาที ในสัตว์ ซึ่งไม่สามารถอธิบายด้วย Placebo และการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นผลจากสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งไม่ใช่Placebo และข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การทำการรักษาอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นเมื่อเทียบกับ Placebo ผลการรักษาที่อาการไม่เปลี่ยนแปลง
3.การติดสารเสพย์ติด
นพ.เว็น ศัลยแพทย์สมอง พบว่าการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า สามารถลดอาการถอนยา (withdrawal symptoms) ของการติดฝิ่นโดยพบเมื่อหลังจากผู้ป่วยบางคนหลังได้รับการผ่าตัดสมองแล้วมีการติดฝิ่นเพื่อลดอาการปวด
รายงานแรกเป็นการฝังเข็มที่ใบหูติดไว้ 8 วันสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเลิกฝิ่นได้ในรายงานต่อมาเขาได้พบว่าการให้ Naloxone antagonist ร่วมกับการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า 30 นาที เป็นเวลา 3 วัน ได้ผลดีกว่าและเร็วกว่า แต่เขาไม่ได้ระบุว่าเป็นการรักษาที่ทำให้ผู้ป่วยหายขาด เนื่องจากผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพ และการบำบัดทางจิตร่วมด้วย
การศึกษาต่อ ๆมา พบ success rate ลดลงเนื่องจากมีผู้ป่วยหยุดการรักษาไปกลางคัน นอกจากการติดสารเสพย์ติดแล้วยังมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับการติดยาระงับปวด ซึ่งผู้ป่วย 12 ใน 14 คน สามารถหยุดได้ด้วยการใช้การฝังเข็มที่หู 60 นาทีต่อวัน
นักวิจัยคาดว่ากลไกนี้เกิดจากการหลั่งสารกลุ่มเอนดอร์ฟิน บุลลอคค์ได้ทำการศึกษาในคนไข้ที่ติดสุราโดยใช้การฝังเข็มที่หู 3 จุด และเทียบกับการฝังเข็มผิดจุดในผู้ป่วย 50 คน โดยแบ่งกลุ่มละ 25 คน พบว่า ในผู้ป่วยกลุ่มแรก 42% สามารถหยุดสุราได้ภายใน 3 เดือน และ 28 % ลดการดื่มลง (สามารถช่วยได้รวม70 %) ในขณะที่กลุ่มที่สองไม่เกิดผลบุลลอคได้เพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างเป็น 80 คน ก็ได้ผลเช่นเดียวกันในรายงานวิจัยหลายแหล่งได้ผลลักษณะเดียวกัน
สถาบันยาเสพย์ติดแห่งชาติ(National Institute of Drug Abuse)ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้การสนับสนุนการฝังเข็มกับการติดยาเสพย์ติดซึ่งในระยะแรกใช้ในการรักษาการติดฝิ่นและโคเคนโปรแกรมการรักษาของสมิทที่นิวยอร์คได้รับผลสำเร็จอย่างมากในช่วงปี พ.ศ.2513 – 2523มีสถานบริการฝังเข็มกับยาเสพย์ติดกว่า 400 แห่ง ทั่วโลกโปรแกรมการรักษาใช้การกระตุ้นฝังเข็มวันละ 30 นาทีจนกระทั่งในบางรัฐของอเมริกาได้กำหนดเป็นกฎหมายในการรักษาผู้ป่วยติดยาเสพย์ติด
การเติบโตของการฝังเข็มในการใช้รักษาผู้ติดยาเสพย์ติดมีความสำคัญจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการวิจัยเชิงทดลองเพื่อยืนยันผลการรักษาและมีข้อผิดพลาดของงานวิจัยที่พบบ่อยคือจุดฝังเข็มที่ใบหูใกล้เคียงกับจุดฝังเข็มผิดจุดมาก(ห่างกันเพียง 5 มิลลิเมตร)ปัจจุบันมีสถาบันให้การสนับสนุนการวิจัยทางด้านนี้เป็นจำนวนมาก
4.Neurological, Cardiovascular, Antiemesis, Urogenital, Pulmonary , ระบบทางเดินอาหาร และอื่นๆ
ในหัวข้อนี้อยู่ภายใต้ข้อเดียวกันเนื่องจากมีการวิจัยที่มีกลุ่มควบคุมน้อยในเรื่องเหล่านี้
การงอกของเส้นประสาทในผู้ป่วยไม่สามารถที่จะทำให้เป็นการวิจัยdouble blind control ได้อย่างสมบูรณ์ในประเทศจีนได้รายงานผู้ป่วยBell’s palsy กว่า 100,000 รายได้รับการรักษาโดยการฝังเข็มพบว่ามี success rate ถึง 92 %อย่างไรก็ตาม Bell’s Palsyสามารถหายเองได้ถึง 80 %ทำให้เราไม่สามารถขจัดภาวะหลอกออกไปได้ในห้องทดลองพบว่าการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้ากระตุ้นให้มีการเจริญของเส้นประสาททั้ง Sensory และ Motorในหนูที่ได้รับการบาดเจ็บที่Sciatic Nerve
มีงานวิจัยเชิงทดลองถึงผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)โดยใช้การฝังเข็มร่วมกับการกายภาพบำบัดในผู้ป่วยที่เป็นในระยะ 36 ชั่วโมง ถึง 3 เดือนหลังจากมีอาการอัมพาตจากการศึกษาพบว่าสามารถลดจำนวนวันในการนอนพักรักษาในโรงพยาบาลลงโดยสามารถประหยัดเงินได้ถึง26,000 เหรียญสหรัฐต่อผู้ป่วยหนึ่งคนการศึกษาที่ใช้ CT scan ดูบริเวณเส้นเลือดตีบ การฝังเข็มจะช่วยได้ในกรณีที่เป็นน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ Motor pathway ขณะที่รายงานวิจัยไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดในการรักษาทางเอเชีย ซึ่งการฝังเข็มได้ใช้อย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ป่วยอัมพาตในประเทศจีนตึกผู้ป่วยในหลายแห่งเต็มไปด้วยผู้ป่วยอัมพาตที่ได้รับการรักษาด้วยการฝังเข็ม ในประเทศเกาหลีโรงพยาบาลที่ให้บริการฝังเข็มขนาด 500 เตียง พบว่า ร้อยละ 80 ในจำนวนนั้นเป็นผู้ป่วย Strokeการศึกษาวิจัยในอนาคตจำเป็นต้องหาข้อบ่งชี้ของการฝังเข็มกับ Stroke
การศึกษาระบบหัวใจและหลอดเลือดในสัตว์ เยาและคณะได้ศึกษาโดยการกระตุ้นที่ Sciatic Nerve ทำให้ความดันโลหิตลดลง ในหนูที่ได้รับการกระตุ้นให้มีความดันโลหิตสูง ซึ่งในรายงานวิจัยต่อมาก็ได้ผลเช่นเดียวกันปฏิกิริยานี้สามารถลบล้างด้วยฤทธิ์ Naloxone และมีสาร Serotonin เข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกับการฝังเข็มระงับปวด โทเลนได้ทดลองนำหนูที่ทำให้มีความดันโลหิตสูงมาวิ่งระยะหนึ่ง พบว่าสามารถลดความดันและลดอาการปวดได้ (ออกฤทธิ์ผ่านกลไกเอนดอร์ฟินและสาร Serotonin) คาดว่าNerve fiber Type III จะช่วยลดอาการปวดหลังการออกกำลังกาย (การลดความดันโลหิตและลดอาการปวดสามารถถูกยับยั้งด้วย Naloxone) แต่การฝังเข็มจะไม่ได้เกี่ยวกับ Nerve fiber type III ในสุนัขที่ดมยาสลบกระตุ้นที่ Du 26 (upper lip) สามารถเพิ่มความดันโลหิต แต่ Naloxone ไม่สามารถยับยั้งฤทธิ์นี้ได้ในสุนัขที่มีอาการช็อคจากการเสียเลือดการกระตุ้นทำให้มีความดันสูงขึ้นจากการเพิ่ม Cardiac output มีการศึกษาในสุนัขโดยการฝังเข็มที่จุด ST 36 จะช่วยลด Cardiac output สามารถยับยั้งฤทธิ์ด้วย Atropine คาดว่าเกิดจาก sympathetic effect และมีการศึกษาในหนูและแมวที่ดมยาสลบการกระตุ้นที่ย่านความถี่ต่ำจะมีการหลั่งสาร catecholamine ออกมาในปริมาณน้อยจากต่อมหมวกไตขณะที่กระตุ้นที่ย่านความถี่สูงจะมีการหลั่ง catecholamine ออกมามากกว่าซึ่งการหลั่งสารดังกล่าวในปริมาณน้อยจะช่วยลดความดันโลหิตการหลั่งออกมามากจะทำให้เพิ่มความดันโลหิตเอินส์ และลีได้ฝังเข็มที่จุด LI 4 และ St 36 ทำให้เกิด cutaneous vasodilation ในคนปกติ โดยการใช้คลื่นความร้อนวัด
มีงานวิจัยการฝังเข็มในด้านUrogenital Problem การฝังเข็มถูกจุดดีกว่าการฝังเข็มผิดจุด ในการรักษา Dysmenorrhea ปัญหาเรื่องกระเพาะปัสสาวะดีขึ้นเมื่อได้รับการฝังเข็ม ในการศึกษาต่อมาในหญิงมีครรภ์เกินกำหนด โดยใช้ TENS ที่จุดฝังเข็ม โดยใช้ Sham TENS เป็นกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองมีการเพิ่มขึ้นของการหดรัดตัวของมดลูกทั้งความแรงและความถี่ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่สถิติต่อกลุ่มควบคุม ซึ่งเข้าได้กับการวิจัยเกี่ยวกับการลดการเกิด Reynaud’s syndrome ได้ผลถึง 63% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้เพียง 27 % แต่ก็มีการศึกษาที่ไม่เป็นไปอย่างที่กล่าวมาคือ การฝังเข็มที่มือจะทำให้เกิดความเย็นขึ้นของผิวหนังบริเวณมือ ในการศึกษาต่อมาการกระตุ้นฝังเข็มด้วยไฟฟ้าและการกระตุ้นด้วยมือ สามารถเพิ่มโอกาสรอดของ Skin flap โดยการป้องกันการตายของผิวหนังบริเวณนั้น
การวิจัยการใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการคลื่นไส้โดยใช้จุด Pe 6 (เน่ยกวน) รายงาน 10 ใน 12 ฉบับแสถงถึงผลที่ดีมากจากการฝังเข็มใน 10 ฉบับนี้: 6 ฉบับใช้ Placebo control group, 2 ฉบับ ไม่มี treatment control group และอีก 2 ฉบับ มี drug treatment control group พบว่าการฝังเข็มได้ผลดีกว่าการใช้ยาและ placebo การกระตุ้นจุดเน่ยกวน Pe 6 มีทั้งการกดจุด, การฝังเข็มกระตุ้นด้วยมือ และการฝังเข็มกระตุ้นด้วยไฟฟ้า และในรายงานวิจัยทั้ง 10 ฉบับ: 6 ฉบับ เป็นการคลื่นไส้หลังการผ่าตัด, 2 ฉบับเป็นกลุ่มคลื่นไส้ในภาวะตั้งครรภ์ และอีก 2 ฉบับ เป็นกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งหลังการให้เคมีบำบัด การกดจุดจะมีผลดีต่อกลุ่มคลื่นไส้ในหญิงตั้งครรภ์และกลุ่มวิงเวียนจากการเมารถ อย่างไรก็ตามกลไกการฝังเข็มต่อการคลื่นไส้ยังไม่ชัดเจน Sensory input จาก Median nerve ไปยังส่วนหลังของ brainstem ยับยั้งอาการคลื่นไส้หรือไม่? การใช้ยาชาต่อ Median nerve มีผลยับยั้งการฝังเข็มกับกลุ่มอาการคลื่นไส้

การฝังเข็มมีผลการรักษาดีกว่า Placebo ในการรักษา Incontinence ในผู้สูงอายุ พบว่ากว่า 90 % ของกลุ่มที่ได้รับการฝังเข็มสามารถลดการปัสสาวะตอนกลางคืนลง ในขณะที่ Placebo ลดได้ 11 % สำหรับภาวะมีบุตรยาก การฝังเข็มใบหู มีประสิทธิผลใกล้เคียงกับการรักษาด้วยฮอร์โมน แต่ผลข้างเคียงจะน้อยกว่า

การรักษา Vasomotor symptoms ในสตรีวัยทอง สามารถลด Hot flush ลงได้ 50 % ทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม (Subcutaneous Needle) แต่การติดตามผู้ป่วยใน 3 เดือนต่อมา กลุ่มทดลองเท่านั้นที่คงการไม่มี Hot flush ได้ อย่างไรก็ตามกลุ่มควบคุมยังไม่สมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาด้านนี้มากขึ้นในอนาคต


จุดฝังเข็มและเส้นลมปราณ

จุดฝังเข็ม
การหาตำแหน่งจุด
วิธีการหาตำแหน่งจุด
จุดฝังเข็มที่ใช้บ่อย
เส้นลมปราณปอด (The Lung Channel)
เส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ (The Large Intestine Channel)
เส้นลมปราณกระเพาะอาหาร (The Stomach Channel)  
เส้นลมปราณม้าม (The Spleen Channel)
เส้นลมปราณหัวใจ (The Heart Channel)
เส้นลมปราณลำไส้เล็ก (The Small Intestine Channel)
เส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ (The Urinary Bladder Channel)
เส้นลมปราณไต (The Kidney Channel)
เส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ (The Pericardium Channel)
เส้นลมปราณซานเจียว (The Sanjiao Channel)
เส้นลมปราณถุงน้ำดี (The Gall Bladder Channel)
เส้นลมปราณตับ (The Liver Channel)
เส้นลมปราณตูม่าย (The Du Mai Channel)
เส้นลมปราณเยิ่นม่าย (The Ren Mai Channel)
จุดพิเศษนอกเส้นปราณหลัก

จุดฝังเข็ม (Acupuncture point) หมายถึง จุดที่มีตำแหน่งแน่นอนอยู่บนส่วนผิวของร่างกาย ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้นโดยวิธีการหนึ่ง ๆ เช่น การใช้เข็มแทง, การกดนวด หรือการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า สามารถที่จะมีบทบาทในการรักษาอาการและโรคได้โดยส่วนใหญ่จุดต่างๆ จะกระจายอยู่ตามแนวทางเดินของเส้นลมปราณ แพทย์จีนเห็นว่าจุดฝังเข็มคือตำแหน่งที่พลังลมปราณซึ่งไหลเวียนในร่างกายเปิดติดต่อกับโลกภายนอกร่างกาย มันอาจจะมีอาการหรืออาการแสดงปรากฎออกมาให้ทราบตรงตำแหน่งจุดเหล่านี้ได้ด้วยเช่น รู้สึกเจ็บหรือคลำได้ก้อนแข็งหรือสีผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนไป เป็นต้น

จุดฝังเข็ม แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. จุดบนเส้นลมปราณ
ได้แก่บรรดาจุดที่มีตำแหน่งกระจายอยู่ตามแนวทางเดินของเส้นปราณหลัก มันมีสรรพคุณในการรักษาอาการหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับเส้นลมปราณนั้นเป็นสำคัญ เช่น จุดบนเส้นลมปราณปอดจะใช้รักษาโรคปอดหรือหลอดลมได้

2. จุดพิเศษนอกเส้นลมปราณ
ได้แก่ บรรดาจุดที่ไม่ได้กระจายอยู่ตามแนวทางเดินของเส้นลมปราณหลักมีชื่อเรียกเฉพาะ มีสรรพคุณในการรักษาอาการหรือโรคที่จำเพาะไม่เกี่ยวข้องกับอวัยวะที่เส้นลมปราณควบคุมอย่างหนึ่งอย่างใดโดยตรง เช่น จุดไท่หยางที่บริเวณขมับ ใช้รักษาอาการปวดศีรษะ เป็นต้น

3. จุดกดเจ็บ
หมายถึง จุดใดๆ ก็ตาม (ยกเว้นจุดที่อยู่บนเส้นลมปราณหรือจุดพิเศษ) ที่ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดหรือกดเจ็บมันไม่มีตำแหน่งระบุเอาไว้แน่นอน จึงไม่มีชื่อเรียกเฉพาะ ในการรักษาสามารถที่จะใช้จุดเหล่านี้ได้เช่นกันโดยถือหลักว่า “เจ็บตรงไหนแทงตรงนั้น”
Go to Top

การหาตำแหน่งจุด

ตำแหน่งของจุดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการแทงถูกจุดหรือไม่ จะเกี่ยวข้องกับผลของการรักษาโดยตรงว่าจะได้ผลดีหรือไม่ ในการวัดหาตำแหน่งจุดนั้น ใช้หน่วยวัดความยาวเป็นชุ่น ความยาวของชุ่นมีความยาวผันแปรกันไปตามขนาดรูปร่างของร่างกายแต่ละคนโดยมีการกำหนดมาตรฐานความยาวของแต่ละส่วนของร่างกายเอาไว้ (รูปที่ 10) ตัวอย่างเช่น ระยะทางระหว่างรอยพับข้อมือด้านในมาถึงรอยพับข้อศอกด้านในยาวเท่ากับ 12 ชุ่น ดังนั้นความยาว 3 ชุ่น ก็สามารถจะหาได้โดยวัดความยาว ¼ ของระยะห่างรอยพับข้อมือและข้อศอกจะเห็นได้ว่า ความยาว 12 ชุ่น ดังตัวอย่างนี้ ในเด็ก 10 ขวบ กับผู้ใหญ่อายุ 30 ปี ย่อมไม่เท่ากันแน่นอน ดังนั้นระยะตำแหน่งจุดจะต้องกำหนดจากขนาดรูปร่างของแต่ละคนเสมอ

ส่วนของร่างกาย

ระยะห่าง

ชุ่น

หมายเหตุ

ศีรษะ

ชายผมด้านหน้าถึงชายผมด้านหลัง

12

ในกรณีที่ชายผมไม่ชัด หรือศีรษะเถิกล้าน ให้วัดระยะห่างจากหว่างคิ้วถึงปุ่มกระดูกสันหลังคอที่ 7 เป็นความยาว 18 ชุ่น

หว่างคิ้วถึงชายผมด้านหน้า

3

ปุ่มกระดูกสันหลังคอที่ 7 ถึงชายผมด้านหลัง

3

ปุ่มกระดูกหลังหูข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง

9

ทรวงอกและท้อง

ระหว่างนมทั้งสองข้าง

8

ความกว้างของกระดูกซี่โครง แต่ละซี่ถือเป็น 1.6 ชุ่น

ลิ้นปี่ถึงสะดือ

8

สะดือถึงขอบบนของกระดูกหัวเหน่า

5

หลัง

ขอบในสุดของกระดูกสะบักถึงเส้นกลางหลัง

3

ตำแหน่งจุดบริเวณหลัง นิยมนับจากลำดับของช่องระหว่างกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์

แขน

รอยพับรักแร้ด้านหน้าถึงรอยพับข้อศอกด้านใน

9

 

รอยพับข้อศอกด้านในถึงรอยพับข้อมือด้านใน

12

 

ขา

ขอบบนกระดูกหัวเหน่าถึงขอบบนกระดูกสะบ้า

18

 

ขอบล่างกระดูกสะบ้าถึงจุดกึ่งกลางปุ่มนูนตาตุ่มใน

13

 

ปุ่มนูนกระดูกต้นขาถึงจุดกึ่งกลางกระดูกสะบ้า

19

 

จุดกึ่งกลางกระดูกสะบ้าถึงจุดกึ่งกลางปุ่มนูนตาตุ่มนอก

16

 

จุดกึ่งกลางปุ่มนูนตาตุ่มนอกถึงส้นเท้า

3


Go to Top
วิธีการหาตำแหน่งจุด มีอยู่หลายวิธีซึ่งต้องเลือกใช้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เหมาะสมและสะดวกรวดเร็ว


1. วิธีหาโดยการแบ่งส่วน
วิธีนี้นิยมใช้กับจุดที่อยู่ตามแขน ขา หรือลำตัวซึ่งไม่มีจุดสังเกตทางกายวิภาคเป็นตัวช่วยบอก เช่นจุดซีเหมินอยู่ด้านในของแขนท่อนล่างต่ำจากรอยพับข้อศอกลงมา 7 ชุ่น เนื่องจากเราทราบว่าระยะห่างจากรอยพับข้อศอกถึงรอยพับข้อมือด้านในยาวเท่ากับ 12 ชุ่น ดังนั้นตำแหน่งจุดซีเหมินจะอยู่ต่ำจากกึ่งกลางของระยะห่างนี้ลงมาอีก 1 ชุ่น นั่นเอง (รูป 1.1)


รูปที่ 1.1 ตำแหน่งจุดซีเหมิน

2. วิธีอาศัยจุดสังเกตทางกายวิภาค
(Anatomical landmarks) เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุด วิธีนี้จะอาศัยจุดสังเกตต่างๆ ทางกายวิภาคที่เห็น, คลำได้ง่ายและชัดเจนมาช่วยหาตำแหน่งจุด เช่น จุดอิ้นถาง อยู่ตรงกลางระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง จุดซ่านจงอยู่กึ่งกลางระหว่างหัวนมทั้งสองข้อง เป็นต้น นอกจากนี้จุดบางจุดต้องให้ผู้ป่วยอยู่ในเฉพาะท่าบางท่าเท่านั้น จึงจะหาจุดได้ เช่น ให้ผู้ป่วยอ้าปาก จะเห็นรอยบุ๋มอยู่หน้าต่อรูห ซึ่งเป็นจุดทิงกง หรือให้ผู้ป่วยปล่อยแขนแนบกับลำตัว ปลายสุดของนิ้วกลางที่ทาบด้านนอกของต้นขา จะตรงกับจุดเฟิงชือพอดี เป็นต้น

3. วิธีวัดโดยใช้นิ้วมือของผู้ป่วย
วิธีนี้ใช้กับจุดที่มีระยะห่างสั้น หรือใช้วัดประกอบกับวิธีทั้งสองข้างต้น โดยอาศัยความยาวของแต่ละส่วนของ นิ้วมือของผู้ป่วย (ไม่ใช้ผู้ฝัง) (รูปที่ 12)


Go to Top
จุดฝังเข็มที่ใช้บ่อย
จุดฝังเข็มนั้นมีมากมายเนื่องจากหนังสือเล่มนี้ต้องการที่จะเป็นคู่มือปฏิบัติมากกว่าที่จะเป็นตำราจึงได้คัดเลือกเฉพาะจุดที่มีความสำคัญและใช้บ่อยประมาณ 100 กว่าจุด มาแนะนำให้ทราบถึงตำแหน่ง

วิธีการฝังและข้อควรระวังในการฝังเข็ม

เพื่อให้สะดวกแก่การจดจำขอชี้แจงในการหาตำแหน่งจุดให้เข้าใจ ณ ที่นี้ก่อน คือ

1. ลำดับในการแนะนำจุด จะแนะนำเรียงไปตามลำดับของเส้นลมปราณที่จุดนั้นสัมพันธ์อยู่ จากนั้นจึงเป็นการแนะนำจุดพิเศษนอกเส้นลมปราณโดยจะมีการแนะนำทางเดินของเส้นลมปราณให้ทราบก่อนแนะนำจุด

2. เกี่ยวกับเรียกชื่อของจุดนั้น ปัจจุบันมีวิธีเรียกอยู่ 2 ระบบ คือ

2.1 ระบบภาษาจีนจะเรียกชื่อจุดเป็นภาษาจีนที่เรียกกันมาแต่เดิมซึ่งแต่ละจุดจะมีชื่อของมันไปเลย เช่น จุดเหอกู่ จุดอิ้นถาง

2.2 ระบบสากลจะเรียกชื่อจุดตามเส้นปราณหลักที่จุดนั้นสังกัดอยู่แล้วใส่เลขอารบิคบอกลำดับของจุดที่สังกัดเส้นนั้นๆ โดยนับจุดที่อยู่ต้นทางของลมปราณเป็นลำดับที่ 1 เช่น เส้นลมปราณปอดมีจุดสังกัดรวม 11 จุด จุดที่ 7 ก็จะเรียกว่า จุด Lung7 หรือย่อเป็น L7 ซึ่งจะตรงกับชื่อจุดในภาษาจีนว่า จุดเลี่ยเชวีย เป็นต้น ส่วนจุดที่อยู่นอกเส้นลมปราณก็เรียกเป็น Extra point เช่น จุดอิ้นถาง ตรงกับจุด Ex1 เป็นต้น
ในที่นี้จะเรียกตามระบบสากลแล้วมีชื่อระบบจีนต่อท้าย

3. เกี่ยวกับสรรพคุณในการรักษาของแต่ละจุด เช่น จุด L5 ฉื่อเจ๋อ มีสรรพคุณหลักในการรักษาอาการไอ, หอบ, เจ็บคอ และเจ็บแน่นหน้าอก ในที่นี้ได้เว้นที่จะแนะนำเช่นนี้ เพราะในทางปฏิบัติแล้ว การเลือกจุดฝังเข็มไม่ได้เลือกจุดใดจุดเดียวเท่านั้น และการกำหนดแผนการรักษาเลือกจุดก็กำหนดจากการวิเคราะห์อาการและโรคของผู้ป่วยก่อน แล้วจึงมาฝังในจุดที่กำหนดในแผนการรักษา มิใช่ว่ามาไล่ดูว่าจุดไหนมีสรรพคุณอะไร แล้วเลือกแทงจุดนั้นเลย การใช้จุดจึงได้แนะนำอยู่ในบทของการรักษาต่างหากออกไป

4. ในภาพที่แสดงถึงทางเดินของเส้นลมปราณนั้น

  •  ตัวเลขอารบิคที่กำกับอย่แสดงถึงทางเดินของเส้นแต่ละช่วงที่สำคัญคำอธิบายเกี่ยวกับทางเดินของเสนนั้นอธิบายตามตัวเลขที่กำกับ
  • เส้นทึบ _____ หมายถึงช่วงทางเดินที่มีจุดฝังเข็มอยู่
    เส้นประ- - - - หมายถึงช่วงทางเดินที่ไม่มีจุดฝังเข็ม

    l แสดงถึงตำแหน่งจุดแทงเข็มประจำเส้นปราณนั้นๆ

    Dแสดงถึงตำแหน่งจุดแทงเข็มของเส้นปราณเส้นอื่นที่เส้นลมปราณนั้นตัดผ่าน
    Go to Top

1. เส้นลมปราณปอด (The Lung Channel)
1. เริ่มต้นจากกลางท้องลงมาสัมพันธ์กับลำไส้ใหญ่
2. ย้อนไปโอบล้อมกระเพาะอาหาร
3. ทะลุผ่านกระบังลม
4.ไปสังกัดอยู่กับปอด
5. ผ่านเฉียงจากแอ่งเหนือกระดูกสันอก มาอยู่ชั้นตื้นที่บริเวณหัวไหล่
6, 7, 8, 9, 10, 11, 12. ทอดลงมาตามด้านหน้าของแขน มาสิ้นสุดที่ปลายนิ้วหัวแม่มือ
13. มีแขนงแยกไปตรงบริเวณข้อมือไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วชี้

จุดสำคัญในเส้นปราณปอด ได้แก่

L1 จุดจงฟุ
ตำแหน่งด้านข้างของทรวงอกในช่องซี่โครงที่ 1, 6 ชุ่น จากแนวกลางอก และอยู่ใต้กระดูกไหปลาร้า 1 ชุ่น
วิธีแทง แทงราบ 1 ซม. *** ต้องระมัดระวัง จุดบางจุดเป็นจุดที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงจุด ดังนั้นต่อไปจุดฝังเข็มที่เป็นบริเวณที่จะก่อให้เกิดอันตราย จะมีข้อความ “*** ต้องระมัดระวัง” ข้างท้ายของวิธีแทง
L5 จุดฉือเจ๋อ
ตำแหน่งตรงรอยพับของข้อศอกชิดกัขอบนอกของเอ็นกล้ามเนื้อ Biceps brachii
วิธีแทง แทงตรงลึก 1-2 ซม.
L7 จุดเลี่ยเชวีย
ตำแหน่ง 1.5 ชุ่น เหนือรอยพับข้อมืออยู่ทางด้านกระดูกเรเดียสหรือ ให้ผู้ป่วยเอาง่ามมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันให้ปลายนิ้วชี้วางทาบอยู่บนปุ่มกระดูกแขนนอก (Styloid process of the radius) จะคลำได้แอ่งเล็ก ๆ ที่บริเวณปลายนิ้วชี้ คือจุดนี้เอง
วิธีแทง แทงเฉียงขึ้นไปหาข้อศอก 1-2 ซม.
L9 จุดไท่หยวน
ตำแหน่งปลายนอกสุดของรอยพับข้อมือด้านหน้าตรงกับแอ่งชีพจร
วิธีแทง ใช้นิ้วดันให้เส้นเลือดเรเดียล (Radial artery) เลื่อนออกไปเล็กน้อยก่อน แล้วแทงตรง 0.5 ซม.
L11 จุดซ่าวซาง
ตำแหน่งอยู่ห่างจากมุมล่างด้านนอกของโคนเล็บนิ้วหัวแม่มือออกมาประมาณ 0.1 ชุ่น
วิธีแทง แทงตื้น ประมาณ 1-2 มม.
Go to Top
2. เส้นปราณลำไส้ใหญ (The Large Intestine Channel)
1. เริ่มที่ปลายนิ้วชี้
2 – 7. ย้อนขึ้นมาตามแขนด้านนอกจนถึงหัวไหล่
8. ข้ามไหล่ไปยังกระดูกสันหลังคอ
9. แทงทะลุมาทางด้านหน้ามาโผล่ที่แอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้า (เชวียเผิน)
10 –12. ผ่านลงไปยังปอด, ทะลุกระบังลมไปสังกัดอยู่ที่ลำไส้ใหญ่
13 –14. มีแขนงแยกออกจากแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้าขึ้นไปตามลำคอจนถึงมุมปาก
15. มีแขนงแทงลึกลงไปถึงเหงือกล่าง
16. ส่วนที่เหลือผ่านเหนือริมฝีปากข้ามไปสิ้นสุดที่มุมปีกจมูกด้านตรงกันข้าม

จุดสำคัญในเส้นปราณลำไส้ใหญ่ ได้แก่
LI4 จุดเหอกู่
ตำแหน่ง 1. กางนิ้วหัวแม่มือออกใช้หัวแม่มืออีกข้างวางทาบบนง่ามมือระหว่างนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้โดยให้ข้อต่ออันปลายทาบบนขอบง่ามมือตรงปลายหัวแม่มือที่ทาบอยู่จะตรงจุดนี้พอดี
2. คว่ำมือให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้แนบชิดกันจุดสูงสุดของกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นมาระหว่างนิ้วทั้งสอง คือจุดเหอกู่
วิธีแทง แทงตรงให้ปลายเข็มชี้ไปทางข้อมือเล็กน้อย ลึก 1-2 ซม.
LI 11 จุดชวีฉือ
ตำแหน่งงอข้อศอกเป็นมุมฉากจุดนี้จะอยู่ปลายสุดทางด้านนอกของรอยพับข้อศอก
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
LI14 จุดปี้น่าว
ตำแหน่งเหนือจุดชวีฉือขึ้นมา 7 ชุ่น ตรงปลายของกล้ามเนื้อ Deltoid
วิธีแทง แทงตรงหรือแทงเฉียงขึ้นบน 2-3 ซม.
LI15 จุดเจียนหวี
ตำแหน่งยกต้นแขนให้อยู่ในระดับเดียวกับไหล่ตรงปลายหัวไหล่จะมีแอ่งบุ๋มระหว่างปลายนอกสุดของกระดูกไหปลาร้า และหัวกระดูกต้นแขนจะเป็นตำแหน่งของจุดนี้
วิธีแทง แทงตรงลึก 1-2 ซม.
LI18 จุดฟูตู้
ตำแหน่งด้านข้างของลูกกระเดือก 3 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 0.5 ซม.
LI19 จุดเหอเหลียว
>ตำแหน่งใต้จมูก, ด้านข้างของจุด Du26 เยิ่นจง โดยที่จุดเยิ่นจง อยู่แนวกลางระหว่างจมูกและริมฝีปากบน
วิธีแทง แทงเฉียง 0.2-0.5 ซม.
LI20 จุดหยิงเซียง
ตำแหน่ง ข้างจมูก 0.5 ชุ่น บนรอยบุ๋ม Nasolabrial groove
วิธีแทง แทงราบ หรือแทงเฉียง ลึก 0.2-0.5 ซม.

Go to Top
3. เส้นปราณกระเพาะอาหาร (The Stomach Channel)
1.เริ่มจากปีกจมูก
2. ขึ้นไปตามสันจมูกไปยังมุมตาใน
3. วกลงมาที่ขอบตาล่างแล้วดิ่งตรงลงมาถึงระดับปีกจมูก
4. วกไปผ่านเหงือกบน
5-6.โค้งรอบมุมปากมายังจุดกึ่งกลางใต้ริมฝีปากล่าง
7-11. ไปตามขอบขากรรไกรล่างขึ้นไปตามชายผมจนถึงหน้าผาก
12-13. มีแขนงแยกลงมาตามลำคอมายังแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้า
14-15. จากแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้ามีแขนงพุ่งลงไปผ่านกระบังลมไปสังกัดกระเพาะอาหาร และสัมพันธ์กับม้าม
16-24. จากแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้ามีอีกแขนงหนึ่งผ่านลงมายังหัวนม, ลงมาตามผนังหน้าท้องลงไปตามขาผ่านขอบนอกของกระดูกสะบ้าไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วชี้เท้า
25-26.ใต้กระดูกสะบ้าเล็กน้อยมีแขนงแยกลงมาตามขามาสิ้นสุดที่ปลายนิ้วกลางซ้าย
27. ที่บริเวณหลังมีแขนงแยกไปสิ้นสุดที่ปลายด้านในของนิ้วหัวแม่เท้า


จุดสำคัญในเส้นปราณกระเพาะอาหารได้แก่
St2 จุดซื่อไป๋
ตำแหน่งรอยบุ๋มต่ำลงมาจากจุดกึ่งกลางของขอบตาล่าง 1 ชุ่น ซึ่งจะตรงกับรูใต้เบ้าตา
วิธีแทง แทงตรง 0.2-0.5 ซม.
St3 จุดจวี้เหลียว
ตำแหน่งใต้จุดซื่อไป๋ (St 2) ลงมาตรงกับระดับมุมล่างของปีกจมูกพอดี
วิธีแทง แทงเฉียงหรือราบลงมาข้างล่าง ลึก 0.5 ซม.
St4 จุดตี้คัง
ตำแหน่งด้านข้างของมุมปาก 0.5 ชุ่น ตรงกับเส้นแนวดิ่งที่ลากผ่านกึ่งกลางตาดำ
วิธีแทง แทงเฉียงออกไปด้านนอกลึก 1 ซม.
St5 จุดต้าหยิง
ตำแหน่งจุดต่ำสุดของด้านหน้าของขอบกล้ามเนื้อ Masseter
วิธีแทง แทงตรง 0.5 ซม.
St6 จุดเจี๋ยเชอ
ตำแหน่งอยู่เยื้องมาทางด้านหน้าและเฉียงขึ้นบนห่างจากมุมขากรรไกรล่าง 1 ชุ่น จะเป็นตำแหน่งที่อยู่บนกล้ามเนื้อ Masseter คลำได้กล้ามเนื้อนูนขึ้นมาเมื่อทำท่าขบกราม
วิธีแทง แทงตรง 0.5 ซม.
St8 จุดโถ่วเหว่ย
ตำแหน่งอยู่เลยมุมชายผมด้านหน้า 0.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงราบ 1 ซม. ปลายเข็มชี้ไปทางด้านหน้า หรือด้านหลังก็ได้
St21 จุดเหลียงเหมิน
ตำแหน่ง 2 ชุ่นด้านข้างต่อแนวกลาง และ 4 ชุ่นเหนือสะดือจุดนี้อยู่ด้านข้างต่อ Ren 12 จงวาน
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม. *** ต้องระมัดระวัง
St25 จุดเทียนซู
ตำแหน่งอยู่ด้านข้างของสะดือห่างออกมา 2 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
St29 จุดกุ้ยหลาย
ตำแหน่ง ใต้จุด St25 เทียนซู ลงมา 4 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
St35 จุดตู๋ปี๋
ตำแหน่ง งอเข่า คลำพบแอ่งบุ๋มที่ขอบนอกของเอ็นสะบ้าตรงกับระดับขอบล่างของลูกสะบ้าพอดี คือ ตำแหน่งจุดนี้
วิธีแทง แทงเฉียงเข้าไปทางกระดูกสะบ้า 2-4 ซม.
St36 จุดจู๋ซานหลี่
ตำแหน่งใต้จุดตู๋ปี๋ลงมา 3 ชุ่น ห่างจากขอบกระดูกหน้าแข้ง (กระดูก Tibia) ออกมาทางด้านนอก 1 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
St38 จุดเตียวคู
ตำแหน่ง ใต้จุด St36 จู๋ซานหลี่ 5 ชุ่น และ 1 นิ้วมือจากขอบกระดูกหน้าแข้ง
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
St 40 จุดเฟิงหลง
ตำแหน่งจุดกึ่งกลางของเส้นสมมติที่ลากเชื่อมระหว่างจุด St35 ตู๋ปี๋ กับจุดกึ่งกลางตาตุ่มนอก
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
St44 จุดเน่ยถิง
ตำแหน่ง จุดที่อยู่ห่างจากง่ามนิ้วเท่าที่ 2 และ 3 เข้ามา 0.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรงหรือแทงเฉียง 1 ซม.

Go to Top
4. เส้นลมปราณม้าม (The Spleen Channel)
1. เริ่มต้นจากปลายนิ้วหัวแม่เท้า
2-7. ผ่านมาตามด้านหน้าของตาตุ่มด้านใน, ด้านในของขาและต้นขา
8-9. เมื่อผ่านขาหนีบก็จะเข้าสู่ท้องไปสังกัดต่อม้ามและสัมพันธ์กับกระเพาะอาหารด้วย
10-12. ผ่านผนังกระบังลมขึ้นมาขนาบสองข้างของหลอดอาหารไปสิ้นสุดที่ลิ้น
13-14. มีแขนงแยกจากบริเวณกระเพาะอาหารผ่านกระบังลมมาสิ้นสุดที่หัวใจ

จุดสำคัญในเส้นปราณม้าม ได้แก่
Sp3 จุดไท้ไป๋
ตำแหน่งเหนือข้อต่อกระดูกหัวแม่เท้าข้อแรก และอยู่ทางด้านใน
วิธีแทงแทงตรงลึก 0.5-1 ซม.
Sp4 จุดกงซุน
ตำแหน่งรอยบุ๋มบริเวณใต้ต่อฐานของกระดูก Metatarsal bone อยู่ทางด้านใน
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
Sp6 จุดซานยินเจียว
ตำแหน่งขอบหลังของกระดูกหน้าแข้งเหนือตาตุ่มด้านใน 3 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-3 ซม.
Sp9 จุดหยินหลิงเฉวียน
ตำแหน่งแอ่งบุ๋มชิดขอบหลังปุ่มกระดูกด้านในของกระดูกหน้าแข้ง (medial epicondyle of the tibia)
วิธีแทง แทงตรง ลึก 2-3 ซม.
Sp10 จุดเสวียะห่าย
ตำแหน่งให้ผู้ป่วยงอเข่าเป็มมุมฉากแพทย์ผู้ฝังใช้มือวางทาบบนหัวเข่าขวาของผู้ป่วยให้อุ้งมือทาบบนกระดูก สะบ้านิ้วหัวแม่มือซ้ายกางออกเล็กน้อยทำมุมกับนิ้วชี้ซ้ายประมาณ 45 องศา ปลายนิ้วหัวแม่มือซ้ายจะตรงกับจุดนี้พอดี ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่อยู่เหนือขอบบนกระดูกสะบ้าขึ้นมา 2 ชุ่น
วิธีแทง แทงเฉียง 2-3 ซม.
Sp15 ต้าเหิง
ตำแหน่งด้านข้างของสะดือ 4 ชุ่น
วิธีแทงแทงตรง 2-3 ซม

Go to Top
5. เส้นลมปราณหัวใจ (The Heart Channel)
1. เริ่มต้นออกจากใจกลางของหัวใจ
2. ผ่านกระบังลมมาสัมพันธ์กับลำไส้เล็ก
3-5. มีแขนงออกจากหัวใจขึ้นมาตามคอหอย ไปจนถึงตา
6-11. มีอีกแขนงหนึ่งออกจากหัวใจโค้งผ่านปอดมาทะลุที่รักแร้แล้วผ่านลงมาตามด้านในของแขนไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วก้อย
 

จุดสำคัญในเส้นปราณหัวใจ ได้แก่
He 5 จุดทงลี่
ตำแหน่ง เหนือจุด He7 เซินเหมิน 1 ชุ่น ขอบนอกของเส้นเอ็น Flexor carpi ulnaris
วิธีแทง แทงตรง 0.5-1 ซม.
 
He6 จุดหยินซี
ตำแหน่ง เหนือ จุด He7 เซินเหมิน 0.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 0.5-1 ซม.
He7 จุดเซินเหมิน
ตำแหน่งแอ่งบุ๋มในสุดตรงรอยพับข้อมือชิดขอบในของเส้นเอ็น Flexor carpi ulnaris
วิธีแทง แทงตรง 0.5 ซม.
He9 จุดเส้าชง
ตำแหน่งขอบของนิ้วก้อยไปทางกระดูกเรเดียส, 2 มม. เหนือต่อเล็บ
วิธีแทง แทงตรง 1-2 มม.

Go to Top
6. เส้นปราณลำไส้เล็ก (The Small Intestine Channel)
1. เริ่มต้นจากปลายนิ้วก้อย
2-5. ผ่านขึ้นไปตามหลังมือ, แขน จนถึงไหล่
6-8. วกลงมาที่กระดูกสะบัก แล้วพาดข้ามไหล่มายังแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้า ทางด้านหน้า
9-13. จากแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้า ทอดแทงลึกลงมาสัมพันธ์กับหัวใจ วนผ่านหลอดอาหารผ่านกระบังลม, ผ่านกระเพาะจนมาสังกัดอยู่ที่ลำไส้เล็ก
14-18. มีแขนงแยกขึ้นมาตามลำคอ ผ่านขากรรไกรล่าง ไปจนถึงมุมตานอก แล้ววกลงมาเข้าไปสิ้นสุดในหู
19-20. ที่บริเวณขากรรไกรล่าง มีแขนงหนึ่งแยก ผ่านโหนกแก้มไปสิ้นสุดที่มุมตาใน
 

จุดสำคัญในเส้นปราณลำไส้เล็ก ได้แก่
SI3 จุดโฮ่วซี
ตำแหน่งกำมือจุดนี้จะอยู่ที่ปลายสุดของรอยพับของเส้นลายมือขวางบริเวณนิ้วก้อย
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
 
SI6 จุดหยางเหอ
ตำแหน่งรอยบุ๋มของกระดูกอัลนาทางด้านนิ้วกลาง (Radial side styloid process of the ulna)
วิธีแทง แทงเฉียง 1 ซม. ไปทางจุด Pe6 เน่ยกวาน
 
SI9 จุดเจียนเจิน
ตำแหน่งเมื่อแนบแขนชิดลำตัวจุดนี้จะอยู่เหนือปลายรอยพับรักแร้ด้านหลังขึ้นไป 1 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
 
SI10 จุดน่าวซู
ตำแหน่งอยู่เหนือจุดเจียนเจินขึ้นไป เป็นกระดูกแอ่งบุ๋มใต้ปลายหนามกระดูกสะบัก (Scapular spine)
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
SI17 จุดเทียนหย่ง
ตำแหน่งด้านข้างของกระดูกขากรรไกรหน้าต่อกล้ามเนื้อSternocleidomas-toideus
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม.
SI18 จุดเฉวียนเหลียว
ตำแหน่งขอบล่างของกระดูกโหนกแก้ม (Zygomatic bone) ตรงกับแนวดิ่งที่ลากจากมุมตาด้านนอกลงมา
วิธีแทง แทงตรง 0.5-1 ซม.
SI19 จุดทิงกง
ตำแหน่ง เมื่ออ้าปากจะคลำพบแอ่งบุ๋มหน้าติ่งรูหูพอดีซึ่งจะอยู่ชิดขอบหลังของข้อต่อขากรรไกร (Temperomandibular joint)
วิธีแทง แทงตรง 0.5 ซม.

Go to Top
7. เส้นปราณกระเพาะปัสสาวะ (The Urinary Bladder Channel)
1. เริ่มต้นจากมุมตาใน
2-3. ขึ้นไปที่หน้าผากแล้วพาดข้ามยอดกระหม่อม
4. มีแขนงแยกลงมาทางด้านหลังหู
5-9. ตรงยอดกระหม่อมมีแขนงย่อยแทงลึกลงไปติดต่อกับสมองเส้นลมปราณผ่านต่อไปยังท้ายทอย แล้วทอดดิ่งลงมาขนาบข้างอยู่กับแนวกระดูกสันหลังลงไปจนถึงเอว
10. มีแขนงแยกไปสัมพันธ์กับไต
11. ผ่านจากไตลงไปสังกัดอยู่กับกระเพาะปัสสาวะ
12-13. เส้นลมปราณผ่านกระดูกก้นกบต่อไปยังสะโพก, ด้านหลังต้นขาจนถึงข้อพับเข่า
14-16. จากท้ายทอยมีเส้นแขนงอีกเส้นทอดขนานมาตามแนวดิ่งชิดขอบในกระดูกสะบักผ่านสะโพก, ด้านหลังต้นขามาบรรจบกับเส้นลมปราณเดิมที่ข้อพับเข่า
17-21. จากข้อพับเข่า รวมเป็นเส้นเดียวทอดลงมาผ่านน่อง แล้วหักเฉไปทางด้านนอกของขา ไปจนถึงส้นเท้าแล้วทอดไปตามขอบนอกฝ่าเท้าไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วเท้าที่ 5
 

จุดสำคัญในเส้นปราณกระเพาะปัสสาวะ ได้แก่
UB2 จุดจ่านจู๋
ตำแหน่งปลายสุดของหัวคิ้วตรงกับแนวดิ่งที่ผ่านมุมตาด้านใน
วิธีแทง แทงตรง 0.5-0.8 ซม.
UB10 จุดเทียนจู๋
ตำแหน่งด้านข้างต่อจุด Du15 ย่าเหมิน, 1.3 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรงหรือแทงเฉียง 1-2 ซม.
UB11 ต้าซู่
>ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 1 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม. *** ต้องระมัดระวัง
UB 13 จุดเฟ่ยซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 3 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB15 จุดซินซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 5 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม. *** ต้องระมัดระวัง
UB17 จุดเก๋อซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 7 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม. *** ต้องระมัดระวัง
UB18 จุดกานซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 9 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB19 จุดต้านซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 10 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB20 จุดผีซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 11 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB21 จุดเว่ยซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) อกที่ 12 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB23 จุดเซิ่นซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) เอวที่ 2 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB25 จุดต้าฉางซู
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลัง (Spinous process) เอวที่ 4 ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB27 จุดเสียวช่างซู
ตำแหน่งที่ระดับปุ่มหนามกระดูกกระเบนเหน็บที่ 1 (S 1) ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม.
UB28 จุดผังกวางซู
ตำแหน่งที่ระดับปุ่มหนามกระดูกกระเบนเหน็บที่ 2 (S 2) ออกมาทางด้านข้าง 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม.
UB40 จุดเหว่ยจง
ตำแหน่งจุดกึ่งกลางของรอยพับเข่า
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB54 จุดจื้อเปียน
ตำแหน่งที่ระดับปุ่มหนามกระดูกกระเบนเหน็บที่ 4 (S 4) ออกมาทางด้านข้าง 3 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB 60 จุดคุนหลุน
>ตำแหน่งแอ่งบุ๋มกึ่งกลางระหว่างขอบหลังของตาตุ่มนอกกับขอบในของเอ็นร้อยหวาย
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
UB62 จุดเซินหม่าย
ตำแหน่งใต้กระดูกตาตุ่มด้านนอก 0.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 0.5-0.8 ซม.
UB67 จุดจื้อยิน
ตำแหน่งห่างจากมุมนอกของโคนเล็บนิ้วเท้าที่ 5 ออกมา 0.1 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 มม.

Go to Top
8. เส้นลมปราณไต (The Kidney Channel)
1. เริ่มต้นที่ปลายนิ้วเท้าที่ 5
2-3. พาดข้ามฝ่าเท้ามาวนเป็นวงอยู่หลังตาตุ่มใน
4. แทงเข้าไปในส้นเท้า
5-8. ขึ้นมาตามด้านในของขา, เข่า, ต้นขาแล้วผ่านเข้าไปในกระดูกสันหลังไปสังกัดอยู่กับไต
9. มีเส้นไปสัมพันธ์กับกระเพาะปัสสาวะด้วย
10-14. มีเส้นลมปราณออกจากไตขึ้นมาผ่านตับ, กระบังลม, ปอด, คอหอยแล้วไปสิ้นสุดที่โคนลิ้น
15. ในระหว่างที่ผ่านปอด มีเส้นแขนงที่แยกออกมาไปสัมพันธ์ติดต่อกับเส้นหัวใจ

จุดสำคัญในเส้นปราณไต ได้แก่
Ki3 จุดไท่ซี
ตำแหน่งแอ่งบุ๋มระหว่างขอบหลังของตาตุ่มด้านในและขอบในของเอ็นร้อยหวายในระดับเดียวกับจุดนูนที่สุดของตาตุ่มด้านใน
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
Ki6 จุดเจ้าห่าย
ตำแหน่งอยู่ใต้กระดูกตาตุ่มด้านใน 1 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 0.5-1 ซม.
Ki7 จุดฟุเหลียว
ตำแหน่งด้านหน้าของเอ็นร้อยหวายเหนือตาตุ่มด้านใน 2 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
 
Ki8 จุดเจียวซิ่น
ตำแหน่งขอบหลังของกระดูกทิเบียเหนือตาตุ่มด้านใน 2 ชุ่น, หน้าต่อจุด Ki 7 ฟุเหลียว 0.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.

Go to Top
9. เส้นปราณเยื่อหุ้มหัวใจ (The Pericardium Channel)
1. เริ่มต้นออกจากเยื่อหุ้มหัวใจกลางทรวงอก
2-3. ผ่านกระบังลมลงมาสัมพันธ์ติดต่อกับเส้นปราณซานเจียว
4-5. มีแขนงแยกออกมาผ่านทรวงอกทะลุบริเวณข้างลำตัวใต้รักแร้
6-11. ทอดผ่านลงมาในแนวกลางด้านในของแขน, ฝ่ามือไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วกลาง
12. จากบริเวณใจกลางฝ่ามือมีแขนงแยกย่อยไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วนาง

จุดสำคัญในเส้นปราณเยื่อหุ้มหัวใจ ได้แก่
Pe4 จุดซิเหมิน
ตำแหน่งอยู่ระหว่างเอ็นของกล้ามเนื้อ Palmaris longus และ Flexor carpi radialis, เหนือรอยพับข้อมือ 5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
 
Pe6 จุดเน่ยกวาน
ตำแหน่งกำมือให้แน่นจะเห็นเส้นเอ็นสองเส้นอย่างชัดเจนที่บริเวณข้อมือด้านหน้า คือ Palmaris longus และ Flexor carpi radialis, เหนือรอยพับข้อมือ 2 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
Pe7 จุดต้าหลิง
ตำแหน่งจุดกึ่งกลางของรอยพับข้อมือด้านหน้าระหว่างเส้นเอ็นทั้งสองที่กล่าวมาแล้วในจุดเน่ยกวาน และซิเหมิน
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.

Go to Top
10. เส้นปราณซานเจียว (The Sanjiao Channel)
1. เริ่มต้นจากปลายนิ้วนาง
2-8. ผ่านขึ้นมาตามหลังฝ่ามือ, แขน, หัวไหล่
9. พาดข้ามไหล่มายังแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้า
10-11. ผ่านทรวงอกไปสัมพันธ์อยู่กับเยื่อหุ้มปอดแล้วทอดผ่านกระบังลมผ่านไปยังกลางท้อง
2-16. จากกลางทรวงอกมีแขนงย้อนกลับมาที่แอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้าวกไปยังต้นคอด้านหลัง แล้วทอดขึ้นมาหลังใบหแล้วขึ้นต่อไปยังชายผมใกล้หน้าผาก
17-19. จากใบหูมีแขนงผ่านไปยังใบหูแล้วมาโผล่ที่ด้านหน้ารูหูไปสิ้นสุดที่หางคิ้ว
20. จากปลายที่ชายผมใกล้หน้าผากมีแขนงย่อยมาสิ้นสุดที่มุมตาในอีกที

จุดสำคัญในเส้นปราณซานเจียว ได้แก่
SJ3 จุดจงจู๋
ตำแหน่งอยู่ในร่องระหว่างกระดูกฝ่ามืออันที่ 4 และ 5 ทางด้านหลังมือถัดจากง่ามนิ้วมือเข้ามา 1 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
SJ5 จุดว่ายกวาน
ตำแหน่งอยู่ด้านหลังของแขนเหนือรอยพับข้อมือขึ้นมา 2 ชุ่นโดยอยู่ระหว่างปลายกระดูกทั้งสองอันคือ กระดูกเรเดียส และกระดูกอัลนา
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
SJ6 จุดจือโกว
ตำแหน่งเหนือจุดว่ายกวานขึ้นมา 1ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
SJ8 จุดซานหยางลั่ว
ตำแหน่งระหว่างกระดูกเรเดียสและกระดูกอัลนาเหนือข้อมือ 4 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
SJ14 จุดเจียนเหลียว
ตำแหน่งกางแขนขึ้นในแนวระดับหัวไหล่จะพบรอยบุ๋มสองอันจุดนี้อยู่ที่บริเวณรอยบุ๋มอันหลัง (อยู่หลังเอ็นกล้ามเนื้อไบเซป)
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
SJ17 จุดอี้เฟิง
ตำแหน่งรอยบุ๋มหลังติ่งหูตรงระหว่างขากรรไกรล่าง (Angle of the Mandible) และกระดูกกกหู (Mastoidprocess)
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
SJ21 จุดเอ๋อเหมิน
ตำแหน่งเมื่ออ้าปากจะคลำพบแอ่งบุ๋มหน้าติ่งรูหูเหนือจุดSI19 ทิงกง ขึ้นไปเล็กน้อยตรงระดับรอยหยักบนของติ่งหู
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.

Go to Top
11. เส้นปราณถุงน้ำดี (The Gall Bladder Channel)
1. เริ่มต้นจากมุมตานอก
2-4. ทอดเฉียงลงมาที่หน้าใบหูวกกลับขึ้นไปตามชายผมแล้วโค้งไปยังด้านหลังใบหู วกกลับมายังหน้าผากเหนือคิ้วแล้ววกย้อนกลับยังท้านทอยและต้นคอ
5. พาดข้ามไหล่มายังแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้า
6-8. จากหลังใบหูมีแขนงเข้าไปในหูมาทะลุที่หน้าต่อรูหูแล้วลงมาสิ้นสุดที่ปลายล่างของใบหู
9-13. จากมุมตานอก มีแขนงทอดมาที่ขากรรไกรล่างวกขึ้นไปที่โหนกแก้มแล้วย้อนกลับมาที่ขากรรไกรล่าง ทอดต่อลงไปรวมที่แอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้า
14-20. จากแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้ามีแขนงทอดลึกลงไปในทรวงอกผ่านกระบังลมไปสัมพันธ์ติดต่อกับตับ เข้าไปสังกัดอยู่กับถุงน้ำดี แล้วทอดลงไปตามชายโครง
21-25. จากแอ่งเหนือกระดูกไหปลาร้ามีแขนงอีกเส้นทอดออกมาผ่านใต้รักแร้ ลงไปตามสีข้าง จนถึงบริเวณสะโพกแล้ววกไปตามกระเบนเหน็บวกกลับมารวมกับแขนงตามหมายเลข 14 –20 ที่บริเวณด้านข้างสะโพก เป็นเส้นเดียวกัน
26-31. จากด้านข้างสะโพกทอดมาตามด้านล่างของขา, หลังเท้าไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วเท้าที่ 4
32. บริเวณหลังเท้ามีแขนงย่อย ทอดข้ามไปสิ้นสุดที่ปลายนิ้วหัวแม่เท้า


จุดสำคัญของเส้นปราณถุงน้ำดี
GB1 จุดถงจื่อเหลียว
ตำแหน่งอยู่ห่างจากมุมต่ด้านนอกออกมา 0.1 ชุ่น
วิธีแทง แทงเฉียง 1-2 ซม. ไปในแนวด้านข้าง
GB2 จุดทิงฮุ่ย
ตำแหน่งรอยบุ๋มในท่าอ้าปาก หน้าต่อติ่งรูหูใต้จุดทิงกงในระดับรอยหยักของติ่งรูหู
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
GB14 จุดหยางไป๋
ตำแหน่งจุดเหนือคิ้ว 1 ชุ่น ในแนวดิ่งตรงกับลูกตาเมื่อมองตรงไปข้างหน้า
วิธีแทง แทงเฉียง 0.5-1 ซม.
GB20 จุดเฟิงฉือ
ตำแหน่งลากเส้นตรงในแนวระดับจากปุ่มกระดูกกกหู(Mastoid Process) มายังบริเวณท้ายทอย จนถึงจุดกึ่งกลางท้ายทอย ซึ่งจุดนี้จะเลยขอบตีนผมไป 1 ชุ่น จุดแบ่งครึ่งเส้นที่เชื่อมระหว่างปุ่มกระดูกกกหู และจุดกึ่งกลางท้ายทอยนี้ จะเป็นตำแหน่งของจุดเฟิงฉือ
วิธีแทง แทงตรงโดยให้ทิศทางของปลายเข็มชี้ไปทางลูกตาด้านตรงข้ามลึก 2-3 ซม. (ห้ามแทงลึกกว่านี้โดยเด็ดขาด)*** ต้องระมัดระวัง
GB21 จุดเจียนจง
ตำแหน่งจุดสูงสุดที่อยู่ระหว่างจุด Du 14 ต้าจุ้ย และปุ่มกระดูก Acromian
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม. *** ต้องระมัดระวัง
GB24 จุดยี่หยู
ตำแหน่งช่องซี่โครงที่ 7 ในแนวกึ่งกลางราวนม
วิธีแทง แทงเฉียง 1-2 ซม. *** ต้องระมัดระวัง
GB25 จุดจิงเหมิน
ตำแหน่งจุดต่ำสุดของกระดูกซี่โครงอันที่ 12
วิธีแทง แทงตรง 0.5-1 ซม.
GB26 จุดต้ายหม่าย
ตำแหน่งใต้จุด Liv 13 จางเหมิน, อยู่ในระดับเดียวกับสะดือ
วิธีแทง แทงตรง 1-3 ซม.
GB30 จุดหวนแท่ว
ตำแหน่ง ให้ผู้ป่วยนอนตะแคง งอขาเป็นมุมฉากกับสะโพก คลำหาปุ่มนูนใหญ่ของกระดูกต้นขา (Greater trochanter of the Femur) วางนิ้วหัวแม่มือโดยให้รอยพับขวางของข้อนิ้วมือตอนปลายวางอยู่บนปุ่มกระดูกนี้ ปลายนิ้วชี้มายังกระดูกก้นกบ จุดนี้จะอยู่ปลายสุดของนิ้วหัวแม่มือพอดี อีกวิธีหนึ่งคือให้หาจุดที่อยู่เหนือปลายสุดของกระดูกก้นกบขึ้นมา 1.5 ชุ่น จากจุดนี้ลากเส้นตรงเชื่อมไปกับปุ่มนูนใหญ่กระดูกต้นขา ตำแหน่งของจุดหวนแท่วจะเป็นจุดที่แบ่งเส้นตรงนี้ออกเป็นส่วนนอก 1/3 และส่วนใน 2/3
วิธีแทง แทงตรง 4-8 ซม.
GB34 จุดหยางหลิงเฉวียน
ตำแหน่งแอ่งบุ๋มใต้ข้อต่อปุ่มหัวกระดูกน่อง (Head of Fibula) เยื้องมาทางด้านหน้าเล็กน้อย
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
GB37 จุดสวนจง
ตำแหน่งอยู่ระหว่างกระดูกน่องและเอ็นของกล้ามเนื้อ Peroneous longus & brevis เหนือตาตุ่มด้านนอก 3 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
GB40 จุดกิวซู
ตำแหน่งอยู่ด้านหน้าและใต้ต่อกระดูกตาตุ่มด้านนอก
วิธีแทง แทงตรง 0.5-1 ซม.
GB41 จุดหลิงกี
ตำแหน่งแอ่งบุ๋มระหว่างกระดูกนิ้วนางและนิ้วก้อยเท้า (Metatarsal bone)
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.

Go to Top
12. เส้นปราณตับ (The Liver Channel)
1-6. เริ่มจากนิ้วหัวแม่มือเท้า ทอดผ่านขึ้นมาตามด้านในของขาจนถึงขาหนีบ
7-10. วกกลับลงมาอวัยวะสืบพันธุ์แล้วแทงเข้าท้องน้อยผ่านขึ้นไปยังกระเพาะอาหาร ถุงน้ำดีแล้วเข้าไปสังกัดอยู่กับตับ
11-17. ออกจากตับผ่านกระบังลมขึ้นมาตามชายโครงไปอยู่ด้านหลังของหลอดอาหาร, คอหอย ทอดผ่านเข้าสู่ใบหน้า ผ่านตาขึ้นไปจนถึงกระหม่อม
18-19. จากตามีแขนงทอดลงมาล้อมรอบริมฝีปาก
20-22. มีแขนงออกจากตับผ่านกระบังลมเข้าไปในปอดแล้ววกลงมาสิ้นสุดที่กระเพาะอาหาร


จุดสำคัญของเส้นลมปราณตับ ได้แก่
Liv2 จุดซิงเจียน
ตำแหน่งขอบง่ามนิ้วระหว่างนิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วชี้
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
Liv3 จุดไท่ชง
ตำแหน่งอยู่หลังฝ่าเท้าระหว่างกระดูกฝ่าเท้าที่ 1 และ 2 ห่างจากง่ามนิ้วเข้ามา 2 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
Liv8 จุดชูกวาน
ตำแหน่งขอบรอยพับที่เข่าด้านใน
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
Liv13 จุดจางเหมิน
ตำแหน่งขอบกระดูกซี่โครงอันที่ 11
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
Liv14 จุดชีเหมิน
ตำแหน่งช่องซี่โครงที่ 6 ในแนวดิ่งแบ่งครึ่งกระดูกไหปลาร้า
วิธีแทง แทงเฉียง 1-2 ซม. *** ต้องระมัดระวัง

Go to Top
13. เส้นปราณตูม่าย (The Du Mai Channel)
1. เริ่มต้นจากในช่องท้องน้อย มาทะลุออกที่บริเวณฝีเย็บ
2-5. ทอดไปทางด้านหลังในแนวกึ่งกลางลำตัว ตรงดิ่งขึ้นมาอยู่ภายในลำกระดูกสันหลัง ผ่านท้ายทอย, โค้งผ่านกระหม่อมมายังหน้าผาก แล้วทอดดิ่งลงมาตามสันจมูก มาสิ้นสุดที่จุดกึ่งกลางเหงือกบน
 


จุดสำคัญของเส้นปราณตูม่าย ได้แก่
Du20 จุดไป่หุ้ย
ตำแหน่งลากเส้นเชื่อมระหว่างยอดใบหูทั้งสองข้าง ตัดกับเส้นผ่าศูนย์กลางกะโหลกศีรษะจากหน้าไปหลัง จุดตัดของเส้นทั้งสอง คือ ตำแหน่งของจุดไป่หุ้ย ซึ่งห่างจากชายผมด้านหน้า 5 ชุ่น และห่างจากตีนผมที่ท้ายทอยขึ้นมา 7 ชุ่น
วิธีแทง แทงเฉียงไปด้านหลัง 0.5 ซม.
Du4 จุดมิ่งเหมิน
ตำแหน่ง จุดใต้ปุ่มหนามกระดูกเอวที่ 2
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม.
Du6 จุดจี้จง
ตำแหน่งจุดใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลังอกที่ 11 ในแนวกึ่งกลางหลัง
วิธีแทง แทงเฉียง 1 ซม.
Du11 จุดซินเดา
ตำแหน่งจุดใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลังอกที่ 5 ในแนวกึ่งกลางหลัง
วิธีแทง แทงเฉียง 1 ซม.
Du13 จุดเท่าเดา
ตำแหน่งจุดใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลังอกที่ 1 ในแนวกึ่งกลางหลัง
วิธีแทง แทงเฉียง 1 ซม.
Du14 จุดต้าจุ้ย
ตำแหน่งจุดใต้ปุ่มหนามกระดูกสันหลังคอที่ 7 ในแนวกึ่งกลางหลัง
วิธีแทง แทงเฉียง 1 ซม.
Du26 จุดเหยินจง
ตำแหน่งแบ่งร่องเหนือริมฝีปากออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนบน 1/3 และส่วนล่าง 2/3 จุดตัดของส่วนแบ่งทั้งสองนี้คือจุดเหยินจง
วิธีแทง แทงเฉียงขึ้นบน 0.5 ซม.

Go to Top
14. เส้นปราณเยิ่นม่าย (The Ren Mai Channel)
1. เริ่มต้นจากภายในช่องท้องน้อย แทงออกมาที่บริเวณฝีเย็บ
2-5. อ้อมมาทางด้านหน้าในแนวกึ่งกลางของลำตัวโดยผ่านบริเวณหัวหน่าว, ท้อง, ทรวงอก, คอหอย จนถึงริมฝีปากล่าง
6-7. จากนั้นแยกโค้งรอบริมฝีปากทั้งสองข้างขึ้นไปสิ้นสุดที่รูกระบอกตาล่าง (Infraorbitalforamen)

จุดสำคัญเส้นปราณเยิ่นม่าย ได้แก่
Ren3 จุดจงจี๋
ตำแหน่งแนวกึ่งกลางลำตัวใต้สะดือ 4 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
Ren4 จุดกวานหยวน
ตำแหน่งแนวกึ่งกลางลำตัวใต้สะดือ 4 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1-1.5 ซม.
Ren6 จุดชี่ห่าย
ตำแหน่งแนวกึ่งกลางลำตัวใต้สะดือ 1.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
Ren12 จุดจงวาน
ตำแหน่งแนวกึ่งกลางลำตัวจุดกึ่งกลางระหว่างลิ้นปี่กับสะดือ
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
Ren14 จุดจวี้เจวี๋ย
ตำแหน่งแนวกึ่งกลางลำตัวใต้ลิ้นปี่ 2 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 2-3 ซม.
Ren17 จุดซานจง
ตำแหน่งแนวกลางระหว่างหัวนมทั้งสองข้าง
วิธีแทง แทงเฉียงลง 2-3 ซม.
Ren22 จุดเทียนทู
ตำแหน่งแอ่งบุ๋มเหนือกระดูกยอดอก
วิธีแทง ให้ผู้ป่วยแหงนคอขึ้นให้เต็มที่ แทงตรงลึก 0.4 ซม.ก่อน แล้วค่อย ๆ แทงดิ่งลงมาให้ชิดกับด้านหลังของกระดูกแผ่นอกอยู่ตลอดเวลา แทงลงมาลึก 2-3 ซม.*** ต้องระมัดระวัง
Ren23 จุดเหลียนเฉวียน
ตำแหน่งแนวกึ่งกลางลำตัวชิดขอบบนกระดูกลิ้น (Hyoid bone)
วิธีแทง แทงเฉียงเข้าหาโคนลิ้นลึก 2-3 ซม.

Go to Top
15. จุดพิเศษนอกเส้นปราณหลัก
Ex1 จุดอิ้นถาง
ตำแหน่งจุดกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วทั้งสอง
วิธีแทง แทงเฉียงลงล่าง 0.5 ซม.
Ex2 จุดไท่หยาง
ตำแหน่งรอยบุ๋มห่างจากหางคิ้วและมุมตาด้านนอกเท่าๆ กัน ออกไปทางด้านหลัง 1 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรงหรือแทงเฉียง 1 ซม.
Ex3 จุดอู่เหยา
ตำแหน่งอยู่กลางคิ้วในแนวดิ่งตรงกับลูกตาดำ
วิธีแทง แทงเฉียง 0.5 ซม. เฉียงไปทางด้าน Frontal sinus
Ex6 จุดซิเซินคง
ตำแหน่งเป็นจุดสี่จุด อยู่ด้านหน้า, ด้านหลัง และด้านข้าง ของจุด Du20 ไป่หุ้ย
วิธีแทง แทงเฉียงลึก 0.5 ซม. เฉียงเข้าหาจุดไป่หุ้ย
Ex8 จุดอันเหมี่ยน I
ตำแหน่งอยู่ระหว่างจุด SJ 17 ยี่เฟิง และจุด Ex 7 หยี่เหมิน, หลังต่อจุดยี่เฟิง 0.5 ชุ่น
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม. มักใช้พร้อมกันกับจุด Ex9 อันเหมี่ยน II
Ex9 จุดอันเหมี่ยน II
ตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างจุด Ex 7 หยี่หมิง และ GB 20 เฟิงฉือ
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม.
Ex17 จุดติ้งฉวน
ตำแหน่งใต้ปุ่มหนามกระดูกคอที่ 7 ห่างออกไปข้าง ๆ 0.5 ชุ่น (ข้างจุด Du 14 ต้าจุ้ย 0.5 ชุ่น นั่นเอง)
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม.
 
Ex21 จุดหัวโทวเจี๋ยจี๋
ตำแหน่งได้แก่จุดที่อยู่เยื้องใต้ปุ่มหนามของกระดูกสันหลังแต่ละอันออกมาด้านข้าง 0.5 ชุ่น นับตั้งแต่กระดูกสันหลังอกที่ 1 จนถึงกระดูกสันหลังเอวที่ 4 รวมทั้งหมดมี 16 จุด คือ เป็นจุดที่ส่วนอก 12 จุด และส่วนเอว 4 จุด
วิธีแทง แทงตรง 1 ซม.
Ex28 จุดปาเสีย
ตำแหน่งง่ามนิ้วมือทั้งหมด มือแต่ละข้างจะมี 4 จุด รวมเป็น 8 จุด
วิธีแทง แทงเฉียงขึ้นบน 1 ซม.
 
Ex31 จุดเหอติ้ง
ตำแหน่งกึ่งกลางของขอบบนกระดูกสะบ้า
วิธีแทง แทงตรง 0.5-2 ซม.
 
Ex32 จุดเน่ยซีเหยี่ยน
ตำแหน่งแอ่งบุ๋มข้างกระดูกสะบ้าทางด้านในตรงข้ามจุด St 35 ตู๋ปี๋
วิธีแทง แทงตรงหรือแทงเฉียงเข้าใน 0.5-2 ซม.
 
Ex36 จุดปาเฟิง
ตำแหน่งง่ามนิ้วเท้าทางด้านหลังเท้าทั้งสองข้างรวมมี 8 จุด
วิธีแทง แทงเฉียงขึ้นบน 1 ซม.
 
จุดเน่ยมา “เน่ย” แปลว่า กลาง และ “มา” แปลว่า ชา
ตำแหน่งกึ่งกลางขอบหลังของกระดูกทิเบีย อยู่ระหว่างตาตุ่มในและข้อเข่า
วิธีแทง แทงตรง 1-2 ซม.
 

Go to Top


การใช้การฝังเข็มในเวชปฏิบัติ

จุดสำคัญในการฝังเข็ม ความสัมพันธ์ระหว่าง อวัยวะ, เนื้อเยื่อ, Sensory organ (อวัยวะประสาทสัมผัส) และธาตุ
จุดฝังเข็มที่อยู่ distal (ปลาย) ต่อศอกหรือเข่า Distal point บางจุด
จุดฝังเข็มสำหรับการรักษาตามอาการ Influencial point ( จุดที่มีอิทธิพล )
มาตรฐานทั่วไปของการฝังเข็ม
โรคตามการรับรองจากองค์การอนามัยโลก
Locomotor Disorder
Cervical Spondylosis Intercostal Neuralgia
ปวดหลัง Sciatica, Lumbar pain ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder)
ปวดข้อศอก Epicondylitis, Tennis Elbow ปวดข้อ (Coxarthrosis, Coxarthritis)
ปวดข้อเข่า โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
โรคระบบทางเดินหายใจ
ไข้หวัด ไซนัสอักเสบกระดูกแมกซิลลา
Frontal Sinusitis หลอดลมอักเสบเรื้อรัง (Chronic Bronchitis)
โรคหอบหืด (Bronchial Asthma)
โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ
Angina Pectoris โรคความดันโลหิตสูง
กลุ่มอาการความดันโลหิตต่ำ กลุ่มอาการผิดปกติของการไหลเวียนเลือดส่วนปลาย
โรคระบบทางเดินอาหาร
กระเพาะอาหารอักเสบ และลำไส้อักเสบ แผลในกระเพาะ, แผลในลำไส้ส่วนบน
ท้องผูก (Constipation) ท้องร่วง (Diarrhea)
Irritable Bowel Disease โรคระบบทางเดินน้ำดี
กลุ่มโรคจิตเวช
โรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ
การติดสารเสพย์ติด ติดสุรา
การติดสารนิโคติน โรคอ้วน
กลุ่มโรคทางประสาทวิทยา
โรคปวดศีรษะและไมเกรน ลมชัก (Epilepsy)
Trigeminal Neuralgia อัมพาต
อัมพาตใบหน้า Facial Paresis, Bell’s Palsy
โรคทางนรีเวชกรรม ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea)
อาการปวดจากเนื้องอกทางนรีเวช การระงับปวดระหว่างการคลอด
โรคผิวหนัง สิว (Acne Vulgaris)
แผลเรื้อรัง ผื่นคัน, ผิวหนังอักเสบ (Eczema, Neurodermatitis)
โรคเรื้อนกวาง (Psoriasis)
การฝังเข็มในทางทันตกรรม การฝังเข็มชาถอนฟัน
การฝังเข็มระงับอาการเจ็บจาการขูดหินน้ำลาย

จุดสำคัญในการฝังเข็มมีดังนี้ คือ

  1. การวินิจฉัยถูกต้อง โดยเน้นการแยกโรคจากโรคมะเร็งต่าง ๆ
  2. มีการวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มอาการเรื้อรังและซับซ้อน
  3. การตรวจร่างกาย การหาจุดปวด และอาการต่าง ๆ ที่ถูกต้อง
  4. มีความรู้ถึงเส้นปราณ ทั้งความสำคัญของแต่ละจุด
  5. จุดแต่ละจุด มีเทคนิคในการฝังเข็มต่างกัน ทั้งความลึก แนวเข็ม และการกระตุ้น

การรักษาได้อาศัยการศึกษาในการฝังเข็มของจีน และการนำมาศึกษาวิจัยในระยะ 30 ปี ที่ผ่านมา พบดังนี้

  1. จุดฝังเข็มมี local effect ต่อบริเวณรอบ ๆ
  2. จุดปวดหรือแข็งตึง ใช้เป็นจุดฝังเข็ม เราเรียกว่า locus dolendi point หรือจีนเรียกว่า Ah Shi point แต่ใน trigger point ของกลุ่มอาการ trigeminal neuralgia จะใช้ไม่ได้เนื่องจากทำให้เพิ่มความปวด
  3. จุดฝังเข็มมีผลกับอวัยวะต่าง ๆ หรือเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่เส้นปราณเกี่ยวข้อง ข้อนี้เป็นพื้นฐานในการเลือกจุดฝังเข็ม
  4. ความสัมพันธ์ระหว่าง อวัยวะ, เนื้อเยื่อ, Sensory organ และธาตุ

    อวัยวะหยิน

    อวัยวะหยาง

    เนื้อเยื่อ

    อวัยวะประสาทสัมผัส
    (Sensory organ)

    ธาตุ

    ปอด

    ลำไส้ใหญ่

    ผิวหนัง, ขน

    จมูก

    ทอง

    ไต

    กระเพาะปัสสาวะ

    กระดูก, ข้อ

    หู

    น้ำ

    ตับ

    ถุงน้ำดี

    กล้ามเนื้อ, เอ็น

    ตา

    ไม้

    หัวใจ

    ลำไส้เล็ก

    เลือด, เส้นเลือด

    ลิ้น

    ไฟ

    เยื่อหุ้มหัวใจ

    Sanjiao

    ม้าม

    กระเพาะ

    เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

    ปาก

    ดิน

  5. จุดฝังเข็มที่อยู่ distal ต่อศอกหรือเข่า เรียกว่า distal point(จุดปลาย) มีผลต่อ Proximal area (พื้นที่ใกล้เคียง) มีจุดสำคัญ 6 จุด ดังนี้
  6. จุด

    ตำแหน่ง

    Proximal area
    (พื้นที่ใกล้เคียง)

    แขน

    LI 4 เหอกู่

    ระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้

    ใบหน้า, คอ และ Sensory organ

    Lu 7 เลี่ยเชวีย

    1.5 ชุ่น เหนือข้อมือด้านขอบทางกระดูก Radius

    คอ, ปอด

    Pe 6 เน่ยกวาน

    ด้านในของแขน 2 ชุ่น เหนือข้อมือ

    Epigastrium, ด้านหน้าของช่วงอก

    ขา

    St 36 จู๋ซานหลี่

    ด้านข้างของกระดูก Tibia 3 ชุ่นใต้เข่า

    อวัยวะภายในช่องท้อง

    UB 40 เหว่ยจง

    ตรงกลางของ popliteal crease

    แผ่นหลังด้านล่าง, ระบบขับถ่ายปัสสาวะ

    Sp 6 ซานยินเจียว

    3 ชุ่น เหนือ medial malleolus

    ระบบอวัยวะสืบพันธ์, perinium

  7. Distal point บางจุด สามารถทำให้เกิดการระงับปวด (analgesia), Sedative, เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน, tonifying หรือ homeostatic effect
  8. จุดระงับปวด

    LI 4 เหอกู่

    St 44 เน่ยถิง

    St 43 เซียงกู

    จุดที่มีผล tonifying effect

    Ren 6 ชี่ห่าย

    Ren 8 เชินกี

    St 36 จู๋ซานหลี่

    Sp 6 ซานจินเจียว

    จุดที่มีผล sedative effect

    Du 20 ไป่หุ้ย

    Ex 6 ซือเชินคง

    He 6 เซินเหมิน

    UB 62 เซินหม่าย

    จุดที่มีผล homeostatic effect

    LI11 ชวีฉือ

    Sp 6 ซานจินเจียว

    St 36 จู๋ซานหลี่

    จุดที่ผลต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกัน

    LI11 ชวีฉือ

    Du 14 ต้าจุย

    Du 13 เท้าเดา

  9. จุดฝังเข็มสำหรับการรักษาตามอาการ
  10. อาการ

    จุดฝังเข็ม

    สะอึก

    St 36, Pe 6, UB 17

    คลื่นไส้

    Pe 6, St 36

    เหงื่อซึม

    He 6, Ki 7, LI 4

    คัดจมูก

    LI 20, Ex 1, Pe 6

    บวม

    Sp 9, Ren 5, Ren 9

    นอนไม่หลับ

    Du 20, He 7, Ex 8, Ex 9

    ไข้

    Du 14, LI 11, LI 4

    ท้องผูก

    SJ 6, St 25

    ถ่ายเหลว

    Sp 4, St 36, Ren 6

  11. จุดที่มีผลต่อเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ เรียกว่า Influencial point ( จุดที่มีอิทธิพล )

เนื้อเยื่อ,อวัยวะ

Influencial points
จุดที่มีอิทธิพล

อวัยวะตัน

Liv 13

จางเหมิน

อวัยวะกลวง

Ren 12

จงวาน

ระบบทางเดินหายใจ

Ren 17

ซานจง

เลือด

UB 17

เก๋อซู

กระดูก

UB 11

ดาซู

ไขกระดูก

GB 39

เสวียนจง

กล้ามเนื้อ, เส้นเอ็น

GB 34

หยางหลิงเฉวียน

ระบบหลอดเลือด

Lu 9

ไท่หยวน

ในหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงการฝังเข็มในโรคที่องค์การอนามัยโลกให้การรับรองเมื่อปี พ.ศ. 2522 ซึ่งใช้ได้ผลดีในประเทศทางตะวันตก การรักษาทางแผนปัจจุบันร่วมกับการฝังเข็ม ทั้งการแนะนำเรื่องอาหาร กายภาพบำบัด และจิตบำบัด มีส่วนสำคัญในการหายของผู้ป่วย ในรายที่จำเป็นต้องได้รับยา ก็จะใช้ยาน้อยลง

มาตรฐานทั่วไปของการฝังเข็ม

โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะถูกฝังเข็มประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ในรายที่มีอาการปวดอย่างเฉียบพลัน เช่น trigeminal neuralgia, acute migraine และการปวดในโรคมะเร็ง สามารถทำได้วันละ 1 ครั้ง พักการรักษา 7 – 14 วัน หลังการรักษา 8 –12 ครั้ง

การฝังเข็มแต่ละครั้งใช้เวลานาน 10 – 25 นาที จึงถอนเข็มออก แต่ในรายที่จำเป็น เช่น trigeminal neuralgia สามารถใช้เวลาได้ถึง 1 ชั่วโมง ในบางอาการสามารถฝังเข็มได้ 10 – 15 ครั้ง หรือจนกระทั่ง 20 ครั้ง

ก่อนการฝังเข็มทุกครั้ง ต้องพยายามหาจุดที่มีการปวด บริเวณที่ sensitive หรือเรียกว่า Ah-Shi point และใช้เป็น local acupuncture point

*** จุดต่าง ๆ ที่แสดง คอลัมน์แรกเป็น local point คอลัมน์ที่สองเป็น distal point ที่แขน คอลัมน์ที่สามเป็น distal point ที่ขา และจุดต่าง ๆ ที่แสดงแต่ละแถวจะเรียงตามลำดับความสำคัญ โดยจุดที่สำคัญจะกล่าวถึงก่อน จุดที่แสดงในที่นี้ไม่เป็นสูตรตายตัว แต่เพื่อช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถพบจุดสำคัญได้ง่าย

Local Point Distal Point จุดห่างไกล ที่แขน Distal Point จุดห่างไกล ที่ขา

โรคตามการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ที่ได้ผลดีจากการฝังเข็ม

    1. Locomotor Disorder

ผลของการรักษาในโรคกลุ่มนี้ ได้มีการวิจัยที่มีกลุ่มควบคุม พบว่าได้ผลดีโดยเฉพาะกลุ่มอาการปวดเรื้อรังที่รักษาด้วยการฝังเข็มวันละครั้ง

หลักการรักษา

    • จุดที่ปวดและ sensitive ต่อแรงกด หรือ Ah Shi point จะเป็นจุดฝังเข็ม
    • บริเวณที่ปวด และบริเวณที่ปวดร้าว จะสัมพันธ์กับเส้นปราณ สามารถเลือก local และ distal point ของเส้นปราณนั้น ๆ เช่นปวดไหล่ ในแนวเส้นปราณลำไส้ใหญ่ (Large Intestine channel) ก็จะใช้จุด LI 4 เหอกู่ และ LI 11 ชวีฉี
    • Influential point สำหรับกล้ามเนื้อและเอ็น GB 34 หยางหลิงเฉวียน
    • ภาวะเสื่อมของข้อ, กระดูก และกระดูกอ่อน ใช้ UB 11 ต้าซู

จุดระงับปวด LI 4 เหอกู่ และ St 44 เน่ยติง

1.1 Cervical Spondylosis, Torticollis และ Rheumatoid Arthritis

      จีนได้แบ่ง cervical spondylosis เป็น 2 ประเภท ตามบริเวณที่ปวด ดังนี้

      1. บริเวณแนวกลาง เกี่ยวข้องกับเส้นปราณกระเพาะปัสสาวะ ทำให้การเคลื่อนไหวจำกัด และการก้มหน้า หรือเงยหน้า จะปวดมากขึ้น ซึ่งมีผลจากเส้นปราณลำไส้เล็กและกระเพาะปัสสาวะ

      2. บริเวณด้านข้าง ทำให้การเคลื่อนไหวจำกัด การหันคอจะทำให้ปวดมากขึ้น จุดที่ใช้รักษาอยู่ในเส้นปราณซานเจียวและเส้นปราณถุงน้ำดี

      ในรายที่เป็นเฉียบพลัน การกระตุ้นให้มี sedative effect เป็นสิ่งจำเป็น ส่วนกลุ่มที่เป็นเรื้อรังต้องกระตุ้นด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

      Cervical spondylosis แนวกลาง (เส้นปราณลำไส้เล็กและกระเพาะปัสสาวะ)

      Du 20 ไป่หุ้ย
      UB 10 เทียนจู SI 3 หูซี UB 60 คุนหลุน
      Du 14 ต้าจุ้ย SI 6 หยางเลา
      UB 11 ต้าซู่ Lu 7 ลีฉวี
      Ex 21 ฮัวโตวเจียจี LI 4 เหอกู่
      Ah Shi points


      Cervical spondylosis ด้านข้าง

      Du 20 ไป่หุ้ย
      GB 20 เฟิงฉือ SJ 5 ว่ายกวาน GB 39 เสวียนจง
      GB 21 เจียนจิง LI 4 เหอกู่ GB 34 หยางหลิงกวาน
      Du 14 ต้าจุ้ย Lu 7 ลีฉวี
      Ah Shi points

1.2 Intercostal Neuralgia, Trauma of the Thorax, Ankylosing Spondylosis และ Zoster Neuralgia

      ในรายที่เป็นรุนแรงร่วมกับการปวดเรื้อรัง สามารถทำการฝังเข็มได้ถึง 20 – 30 ครั้ง

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Ex 21 หัวโทวเจี๋ยจี๋ SJ 8 ซานหยางโลว GB 40 ฉวีซือ
      GB 21 เจียนจิง LI 4 เหอกู่ GB 34 หยางหลิงกวาน
      UB 11 ถึง UB 21 (เลือก 3-5จุด)
      Ah Shi points

1.3 ปวดหลัง Sciatica, Lumbar pain

      Sciatica แนวกลาง จะสัมพันธ์กับเส้นปราณกระเพาะปัสสาวะ หรือด้านข้าง จะสัมพันธ์กับเส้นปราณถุงน้ำดี

      ปวดตามแนวเส้นปราณกระเพาะปัสสาวะ

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Du 3 เหยาหยางกวาน LI 4 เหอกู่ UB 40 เหว่ยจง
      Du 4 มิงเหมิน Hand Point 1 UB 60 คุนหลุน
      UB 23 เซินซู UB 58 เฟยหยาง
      UB 25 ต้าชางซู UB 57 เชงซาน
      UB 26 กวานหยวนซู
      UB 54 จื้อเปียน
      UB 36 เชงฟู
      Ah Shi points

      ปวดตามแนวเส้นปราณถุงน้ำดี

      Du 20 ไป่หุ้ย
      GB 30 หวนเตียว LI 4 เหอกู่ GB 34 หยางหลิงกวาน
      GB 31 เฟงจี GB 39 เสวียนจง
      UB 23 เซินซู
      Du 3 เหยาหยางกวาน
      Du 4 มิงเหมิน
      UB 54 จื้อเปียน
      UB 36 เชงฟู
      Ah Shi points

1.4 ข้อไหล่ติด (Periarthritis Humeroscapularis, Frozen Shoulder)

Local point ในข้อไหล่ สามารถเลือกได้ดังนี้

  1. ปวดด้านหน้าของไหล่ ใช้จุดในเส้นปราณลำไส้ใหญ่ (LI 15, LI 16) distal point ใช้ LI 4, LI 11 และ distal point สำคัญที่ขา คือ St 38
  2. ปวดไหล่ด้านหลัง Local point ที่ SI 9 – 11 ร่วมกับ distal point ที่ SI 6
  3. ปวดบริเวณกลางไหล่ Local และ distal point ในเส้นปราณซานเจียว และเส้นต่าง ๆ ที่เข้าได้กับการยกไหล่ คือ

Anteversion ใช้เส้นปราณลำไส้ใหญ่
Abduction ใช้เส้นปราณซานเจียว
Retroversion ใช้เส้นปราณลำไส้เล็ก

ผู้ป่วยที่มีข้อไหล่ติด การกระตุ้นที่ St 38 ได้ผลดีเป็นอย่างมาก มีรายงานการวิจัยพบว่า 40% ของผู้ป่วย อาการดีขึ้นในการฝังเข็มครั้งแรก และ 80% ดีขึ้นหลังการรักษา 2-3 ครั้ง

ปวดไหล่ด้านหน้า

Du 20 ไป่หุ้ย
LI 15 เจียนหยู LI 4 เหอกู่ St 38 เตียวคู
LI 16 จูกู๋ LI 11 ฉวีชี GB 39 เสวียนจง
LI 14 ปี้น่าว

ปวดกลางไหล่

Du 20 ไป่หุ้ย
SJ 14 เจียนเหลียว SJ 5 ว่ายกวาน
SJ 13 หน่างฮุย LI 4 เหอกู่ St 38 เตียวคู

ปวดไหล่ด้านหลัง

Du 20 ไป่หุ้ย
SI 9 เจียนเจิน SI 6 หยางเล่า
Du 14 ต้าจุ้ย SI 3 ฮัวซี St 38 เตียวคู

1.5ปวดข้อศอก Epicondylitis, Tennis Elbow

      การรักษาอาการปวด ที่สำคัญในการเลือกจุดคือ หาจุดปวดมากที่สุด หรือปวดมากเมื่อได้รับแรงกด distal point สัมพันธ์กับเส้นปราณที่พาดผ่าน การกระตุ้นบริเวณ distal point จะได้ผลดีมาก สิ่งที่ควรระมัดระวังคือ การขยับข้ออย่างรวดเร็วและการยกของหนัก เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง

      Du 20 ไป่หุ้ย
      LI 11 ฉวีชี LI 4 เหอกู่
      LI 10 จู๋ซานหลี่ SJ 5 ว่ายกวาน
      Lu 5 ฉือเจ๋อ
      Pe 3 ฉวีเจ๋อ
      He 3 เจาห่าย
      Ah Shi points เป็นจุดสำคัญมาก

1.6 ปวดข้อ (Coxarthrosis, Coxarthritis)
      Du 20 ไป่หุ้ย
      GB 30 หวนเตียว LI 4 เหอกู่ GB 34 หยางหลิงกวาน
      UB 54 จีเบี่ยน UB 40 เหว่ยจง
      UB 32 ซิเหลียว UB 60 คุนหลุน
      UB 36 เชงฟู St 44 เน่ยติง
      Ah Shi points เป็นจุดสำคัญมาก

1.7 ปวดข้อเข่า (Gonarthrosis, Pain in the Knee Joint)

      มี local point สำคัญ 3 จุด คือ Ex 31 เหอติ้ง, Ex 32 ซีหยาน และ St 35 ตู๋ปี๋ เรียกจุดเหล่านี้ว่าเป็น “ตาของเข่า” (Knee eyes) เป็นจุดหลักในการรักษาโรคปวดเข่า จุด local point หรือจุดปวดเมื่อได้รับแรงกดจะเป็นจุดที่นำมาใช้ในการรักษา ส่วน distal point ก็เลือกเส้นปราณที่สัมพันธ์กับ local point

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Ex 31 เหอติ้ง LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยติง
      Ex 32 ซีหยาน UB 11 ต้าซู UB 60 คุนหลุน
      St 35 ตู๋ปี๋
      St 36 จู๋ซานหลี่
      GB 34 หยางหลิงกวาน
      UB 40 เหว่ยจง
      Ah Shi points

      ข้อบวม

      Sp 9 หยางหลิงเฉวียน

1.8 โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

ต้องใช้เวลาในการรักษาเป็นเวลานาน การใช้ยาจะค่อย ๆ ลดลง ขณะที่อาการปวดลดลง

Ren 6 ชี่ห่าย LI 11 ฉวีฉือ St 36 จู๋ซานหลี่
Ren 8 เซินเฉอ LI 10 ซูซานหลี่ Ki 7 ฟุเหลียว
Ren 12 จงวาน Lu 9 ไท่หยวน Sp 6 ซานจินเจียว
UB 20 ผีซู
UB 22 ซานเจียวซู
UB 23 เซินซู
Du 4 มิงเหมิน
Du 13 เท่าดาว
Du 14 ต้าจุ้ย

Influential point ที่มีผลต่อกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น GB 34 หยางหลิงกวาน มีผลดีต่อกลุ่มอาการรูมาติก UB 11 ดาซู เป็น influential point ของกระดูกและกระดูกอ่อน ในรายที่มีการอักเสบเฉียบพลัน ใช้จุด Du 14 ดาจุ้ย การรักษาในระยะยาวไม่เพียงแต่จะลดอาการปวดเท่านั้น ยังทำให้การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น

2. โรคระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Disorders)

โรคระบบทางเดินหายใจหลายโรคหายได้โดยการฝังเข็ม โดยเฉพาะกลุ่มอาการเรื้อรัง เช่น ไซนัสอักเสบเรื้อรัง, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด (Bronchial asthma) การฝังเข็มมีผลดีกว่าการรักษาทั่ว ๆ ไป การรักษาในระยะยาวสามารถช่วยกระทั่งผู้ป่วยที่ดื้อต่อการรักษา ในรายที่ติดเชื้อเฉียบพลันในทางเดินหายใจส่วนต้น สามารถทุเลาลงได้ในระยะเวลาอันสั้น (ฝังเข็มเพียง 1 – 2 ครั้ง)

แพทย์จีนถือว่า สภาพอากาศภายนอก ได้แก่ ความเย็น, ความร้อน,ความชื้นของอากาศ และลม จะมีผลต่อพลังชีวิตของปอด ความผิดปกติของปอดก็จะเกิดขึ้น และจากจุดนี้เองเป็นส่วนสำคัญในการรักษา

      หลักการรักษา

      - Local points

      จมูก: LI 20 ยิงเซียง, Ex 1 หยินตาง
      Maxillary sinus: LI 20, St 2, St 3, SI 18
      Frontal sinus: UB 2, GB 14, Ex 3, Ex 1
      Tonsils: Ren 23, LI 18, SI 17

      - Distal points ที่สำคัญต่อโรคระบบทางเดินหายใจ

      Lu 7 เลี่ยเชวีย เป็นจุดสำคัญของปอด และจีนถือว่าเป็นจุดเปิดของผิวหุ้มร่างกาย

      LI 4 เหอกู่ มีผลโดยเฉพาะบริเวณศีรษะและคอ: สามารถลดไข้และเพิ่มการขับเหงื่อ

      Lu 6 คงจุ้ย ข้อบ่งชี้ในรายที่เป็นหลอดลมอักเสบหรือหอบหืด

      SJ 5 ว่ายกวาน สามารถช่วยลดอาการที่เกิดจากความร้อน (heat-type symptoms)

      - Ren 17 ซานจง เป็น Influential point สำหรับโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคหลอดลมอักเสบและหอบหืด

      - Ex 17 ติ้งฉวน ลดอาการหอบหืด

      - Ren 22 เทียนทู ได้ผลดีมากใน อาการหอบหืดเฉียบพลัน

      - UB 17 เก๋อซู ทำให้กระบังลมคลายตัวลง การกระตุ้นที่จุดนี้จะทำให้ลดอาการไอและหายใจไม่สะดวกจากโรคหอบหืด

      - St 40 เฟิงหลง มีฤทธิ์ช่วยในการละลายเสมหะ ในกลุ่มที่มีเสมหะเหนียว (persistent and viscous mucus)

      - Du 14 ต้าจุ้ย, LI 11 ฉวีชี และ LI 4 เหอกู่ มีผลดีต่อการลดไข้

      - He 7 เซินเหมิน และ Pe 6 เน่ยกวาน มีประโยชน์ในรายที่มีภาวะวิตกกังวลเด่น (psychogenic factors)

2.1 ไข้หวัด (Common Cold)

ในทฤษฎีแพทย์จีน ไข้หวัดเกิดจากสภาพอากาศ ได้แก่ความเย็นและลม อาจเป็นจากความร้อนด้วย ทำให้ลดความแข็งแรงของพลังชีวิตปอด และภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง อาการที่พบบ่อยคือ ปวดศีรษะ, ปวดแขนขา และอ่อนเพลีย หากมีอาการไข้, กระหายน้ำ หรือเยื่อบุทางเดินหายใจแห้ง จะเป็นประเภท heat type (หยินเกิน)

Du 20 ไป่หุ้ย
GB 20 เฟงชี Lu 7 เลี่ยเชีย Sp 10 สัวฮ่าย
Du 14 ต้าจุ้ย LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยถิง
Du 16 เฟงฟุ LI 11 ฉวีชี Liv 3 ไท่จง
SJ 5 ว่ายกวาน

        จุดมุ่งหมายของการรักษา คือ การลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดพยาธิสภาพภายนอก และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของปอด

2.2 ไซนัสอักเสบกระดูกแมกซิลลา (Maxillary Sinusitis)

การฝังเข็มจะได้ผลดีมากในรายที่เป็นเรื้อรัง และอัตราการกลับเป็นซ้ำก็จะลดลง

Du 20 ไป่หุ้ย
LI 20 หยิงเซียง LI 4 เหอกู่ Sp 10 สัวฮ่าย
St 2 ซิไป๋ LI 11 ฉวีชี St 44 เน่ยถิง
St 3 จูเหลียว
St 18 กวานเหลียว

2.3 ไซนัสอักเสบกระดูกหน้าผาก (Frontal Sinusitis)

        อาการของไซนัสชนิดนี้ ได้แก่ การปวดศีรษะบริเวณหน้าผาก และอาการปวดตื้อบริเวณระหว่างหัวตาทั้งสองข้าง

        Du 20 ไป่หุ้ย
        UB 2 ซานจู้ LI 4 เหอกู่ UB 60 คุนหลุน
        Ex 3 อู่เหยา LI 11 ฉวีชี St 44 เน่ยถิง
        Ex 1 อิ้นถาง
        GB 14 ยางไป๋

2.4 หลอดลมอักเสบเรื้อรัง (Chronic Bronchitis)

ทฤษฎีแพทย์จีนจะถือว่า เป็นการขาดพลังงานของปอด ร่วมกับการขาดพลังงานของไต หรือม้าม การรักษาจึงมีพื้นฐานอยู่กับการกระตุ้นอวัยวะที่เกี่ยวข้อง และการปรับสภาพพลังงานของปอด

Du 20 ไป่หุ้ย
Lu 1 จงฟู่ Lu 9 ไท่หยวน St 40 เฟิงหลง
UB 13 เฟ่ยซู Lu 7 เลี่ยเชวีย St 36 จู๋ซานหลี่
Du 14 ต้าจุ้ย
Ren 17 ซานจง

UB 17 เก๋อซู จะช่วยลดอาการไอเรื้อรัง

2.5 โรคหอบหืด (Bronchial Asthma)

      การฝังเข็มจะช่วยเป็นอย่างมาก ทั้งในรายที่เป็นเฉียบพลันและเรื้อรัง ทำให้การตีบของหลอดลม (bronchospasm) ลดลง

      แบบที่ 1

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Ren 17 ซานจง Lu 7 เลี่ยเชวีย St 40 เฟิงหลง
      UB 13 เฟ่ยซู LI 4 เหอกู่ St 36 จู๋ซานหลี่
      Lu 1 จงฟู่ Lu 5 ซีจี
      Ex 17 ติงฉวน Lu 6 คงสุ่ย (ในรายที่หายใจถี่)
      Ren 22 เทียนทู (ในรายที่หายใจถี่) Ki 3 ไท้ซี
      Du 14 ต้าจุ้ย (ในรายที่มีการอัเสบเฉียบพลัน)

      แบบที่ 2

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Ren 17 ซานจง Lu 9 ไท่หยวน Sp 6 ซานจินเจียว
      UB 13 เฟ่ยซู Lu 17 เลี่ยเชวีย Ki 3 ไท่ซี
      Ex 17 ติงฉวน

3. โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ

การวินิจฉัยที่ถูกต้อง จำเป็นต้องทำก่อนการฝังเข็ม กลุ่มโรคหลอดเลือดและหัวใจ การฝังเข็มมีผลดีกับ Psychosomatic heart disorders, Hypotension, Hypertension และอาการต่าง ๆ จาก Chronic heart disease

3.1 โรคหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี และการเจ็บเค้นหน้าอก (Angina Pectoris)

ในกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี การฝังเข็มควรใช้ร่วมกับการใช้ยา การฝังเข็มจะทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลายลง

Du 20 ไป่หุ้ย
UB 15 สินซู Pe 6 เน่ยกวาน
Ren 14 จูฉวี He 7 เซินเหมิน
Ren 17 ซานจง Pe 4 ซีเหมิน (ในรายที่เป็นเฉียบพลัน)

3.2 Cardiac Neurosis

ในโรคกลุ่มนี้ จะมีภาวะทางจิตประสาทเด่น ผู้ป่วยจะมีอาการวิตกกังวล, เหนื่อยง่าย, ใจสั่น, หัวใจเต้นเร็ว, เจ็บหน้าอก หรือในบางรายมีอาการปวดต้นแขนซ้าย หลังจากการฝังเข็ม 2 – 3 ครั้ง อาการจะทุเลาลง

Du 20 ไป่หุ้ย
Ex 6 ซิเฉินคง He 7 เซินเหมิน Liv 3 ไท่จง
Ren 14 จูฉวี He 5 ทงลี่
Pe 1 เถียนชี Pe 6 เน่ยกวาน

3.3 โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ตามทฤษฎีแพทย์จีน ความดันโลหิตสูงเกิดจากพลังชีวิตของเส้นปราณตับเกินและเส้นปราณไตขาด การฝังเข็มที่จุด Liv 3 ไท่จง สามารถปรับสมดุลของเส้นปราณทั้งสอง การรักษาต้องใช้ท่านอนเท่านั้น การกระตุ้นจะทำให้ฤทธิ์ของยามากขึ้น จึงจำเป็นต้องลดขนาดของยาความดันลง

Du 20 ไป่หุ้ย
Ex 6 ซิเฉินคง
UB 15 ซินซู LI 11 ฉวีชี Liv 3 ไท่จง
GB 20 เฟงชี He 7 เซินซู St 36 จู๋ซานหลี่
Liv 2 ซินเจียน

3.4 กลุ่มอาการความดันโลหิตต่ำ

โรคความดันโลหิตต่ำ มีอาการดังนี้ คือ วิงเวียน, เหนื่อย, เพลีย, สั่น หรือมือและเท้าเย็น

UB 23 เซินซู LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
Ren 6 ฉีห่าย LI 10 ซูซานหลี่ Ki 7 ฟุเหลียว
Du 12 เซินจู้
Du 11 เซินเดา

3.5 กลุ่มอาการผิดปกติของการไหลเวียนเลือดส่วนปลาย (Disturbance of Peripheral Blood Supply)

จุดที่ทำให้เกิดสมดุลในร่างกาย (Hemeostatic points) ได้แก่ LI 11 ฉวีชี และ St 36 จู๋ซานหลี่ ร่วมกับ Influential points ของหลอดเลือด คือ Lu 9 ไท่หยวน, Ex 28 ปาสี่ และ Ex 36 ปาเฟิง

Du 20 ไป่หุ้ย
UB 15 สินซู Lu 9 ไท่หยวน GB 34 หยางหลิงกวาน
Ren 17 ซานจง LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
He 3 เซาห่าย Ex 36 ปาเฟิง
Ex 28 ปาสี่ Liv 3 ไท่จง
LI 4 เหอกู่

4. โรคระบบทางเดินอาหาร (Gastroenterological Disorders)

โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาทางด้านจิตประสาทร่วมด้วย (functional and psychosomatic gastroenterological disorders) จะได้ผลดีมากจากการฝังเข็ม

      จุดที่มีผลดีกับโรคในกลุ่มนี้ได้แก่

St 36 จู๋ซานหลี่ เป็นจุดสำคัญที่สุดสำหรับการรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร มีการศึกษาพบว่า สามารถลดการหดเกร็งของกระเพาะและลำไส้ ซึ่งผู้ศึกษาได้ตรวจด้วยกล้องส่องกระเพาะ

      Pe 6 เน่ยกวาน มีผลดีต่อระบบทางเดินอาหารส่วนบน ช่วยลดอาการคลื่นไส้ สะอึก และอาเจียน

4.1 กระเพาะอาหารอักเสบ และลำไส้อักเสบ (Gastritis, Gastroenteritis)
        Du 20 ไป่หุ้ย
        Ren 12 จงวาน Pe 6 เน่ยกวาน St 36 จู๋ซานหลี่
        St 21 เหลียงเหมิน He 7 เซินเหมิน St 34 เหลียงเฉีย
        St 25 เทียนชู LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยถิง
        SUB 21 เว่ยซู LI 11 ฉวีชี
        Liv 16 จางเหมิน

4.2 แผลในกระเพาะ, แผลในลำไส้ส่วนบน (Gastric and Duodenal Ulcers)
        Du 20 ไป่หุ้ย
        St 21 เหลียงเหมิน Pe 6 เน่ยกวาน St 36 จู๋ซานหลี่
        St 25 เถียนซู He 7 เซินเหมิน Sp 4 กงซุน
        Ren 12 จงวาน LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยถิง
        UB 21 เว่ยซู LI 11 ฉวีชี Liv 3 ไท่จง
        UB 20 ไป๋ซู
        Sp 15 ดาเฮง
        Liv 14 ฉีเหมิน
        Ren 14 ฉีห่าย

4.3 ท้องร่วง (Diarrhea)
        Du 20 ไป่หุ้ย
        St 25 เถียนซู Pe 6 เน่ยกวาน Sp 4 กงซุน
        UB 25 ต้าฉางซู LI 11 ฉวีชี St 37 ซางจูสู
        St 29 กุ้ยหลาย LI 4 เหอกู่ St 36 จู๋ซานหลี่
        Ren 6 กีห่าย Sp 6 ซานจินเจียว
        Ren 4 กวานหยวน St 39 เสียจูซู

4.4 Irritable Bowel Disease
        Du 20 ไป่หุ้ย
        St 25 เถียนซู LI 4 เหอกู่ St 37 ซางจูสู
        St 29 กุ้ยหลาย LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
        Sp 15 ต้าเหิง Pe 6 เน่ยกวาน Sp 4 กงซุน
        UB 25 ต้าฉางซู Sp 6 ซานจินเจียว
        UB 20 ไป๋ซู่
        Liv 13 จางเหมิน

4.5 ท้องผูก (Constipation)

เช่นเดียวกับการรักษา Irritable Bowel Disease คือเลือกจุดตามอาการที่เกี่ยวข้อง เส้นปราณลำไส้ใหญ่และกระเพาะเป็นจุดสำคัญในการรักษา SJ 6 จีกู เป็นจุดที่ได้ผลดีในรายที่มีท้องผูกเรื้อรัง

Du 20 ไป่หุ้ย
St 25 เถียนซู SJ 6 จีกู St 37 ซางจูสู
Sp 15 ต้าเหิง LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
St 29 กุ้ยหลาย LI 4 เหอกู่ Sp 4 กงซุน
UB 25 ต้าฉางซู

4.6 โรคระบบทางเดินน้ำดี (Cholangitis, Cholecystitis, Biliary Dyskinesia, Biliary colic)

      โรคระบบทางเดินน้ำดี ได้ผลดีจากการฝังเข็มโดยเฉพาะในรายที่เป็นเรื้อรังและไม่พบพยาธิสภาพ (chronic and functional disorders) โรคกลุ่มนี้เกิดจากการเกินของพลังงานความร้อนในเส้นปราณตับและเส้นปราณถุงน้ำดี การรักษาทั้งสองเส้นปราณจึงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาโรคกลุ่มนี้

      Du 20 ไป่หุ้ย
      GB 24 หยี่หยู LI 4 เหอกู่ GB 34 หยางหลิงกวาน
      Liv 14 กีเหมิน Pe 6 เน่ยกวาน GB 37 กวางหมิง
      UB 19 ต้านซู LI 11 ฉวีชี Sp 6 ซานจินเจียว
      UB 18 กานซู Liv 3 ไท่จง
      St 21 เลียงเหมิน Ex 35 ต้านนัง
      GB 21 เจียนจิง St 36 จู๋ซานหลี่
      Liv 6 จงตู้

5. กลุ่มโรคจิตเวช (Mental Disturbances and Illnesses)

การฝังเข็มรักษากลุ่มอาการทางจิตเวชได้ถูกใช้มากขึ้นในยุโรปตะวันตกและอเมริกา การรักษาร่วมกับจิตบำบัด, สังคมบำบัด สามารถช่วยลดการใช้ยาลง จุดที่มีผลต่อการรักษาโรคทางจิตเวชได้แก่ เส้นปราณหัวใจ, เส้นปราณตูม่าย, เส้นปราณเยื่อหุ้มหัวใจ และเส้นปราณถุงน้ำดี

      จุดที่ใช้บ่อย ๆ ในกลุ่มอาการทางจิตเวช ได้แก่

      Du 20 ไป่หุ้ย จุดบนเส้นปราณดตูม่าย
      Ex 6 ซีเฉินคง กระตุ้น Psychological effects
      He 7 เซินเหมิน เป็นจุดช่วยในการนอนหลับ
      Pe 6 เน่ยกวาน
      UB 62 เซินม่าย
      UB 15 สินซู

การฝังเข็มได้ผลเป็นอย่างดีในรายที่เป็น Psychosomatic disorders ได้แก่ agitation หรือ exhaustion condition, นอนไม่หลับ, ซึมเศร้า, sexual disturbance, การเสพย์สารเสพติด, โรคอ้วน และอาการปวดศีรษะ ซึ่งได้รับการวิจัยจากหลาย ๆ แห่ง

5.1 โรคซึมเศร้า (Depression)

ตามทฤษฎีแพทย์จีน โรคนี้เกิดจากการขาดพลังชีวิตของเส้นปราณไต เส้นปราณเส้นนี้เกี่ยวข้องกับไต, ระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งระบบต่อมหมวกไต ซึ่งอาจมีผลต่อโรคนี้ กลุ่มอาการนี้จะมีอาการ มือเท้าเย็น, เหนื่อยง่าย, ซีด, กิจวัตรประจำวันลดลง, อารมณ์ซึมเศร้า ในบางรายที่เป็นมากจะมีอาการเย็นบริเวณบั้นเอว, หลังด้านล่างแข็งตึง, ปวดหลังหรือปวดร้าวไปที่เท้า และบางรายอาจมีความรู้สึกทางเพศลดลง

Du 20 ไป่หุ้ย
Ex 6 ซีเฉินคง He 7 เซินเหมิน Liv 3 ไท่จง
Liv 14 กีเหมิน Pe 6 เน่ยกวาน GB 37 กวางหมิง
Ren 6 กีฮ่าย He 5 ทงลี่ Sp 6 ซานจินเจียว
Pe 6 เน่ยกวาน
LI 4 เหอกู่

5.2 Agitation
        Du 20 ไป่หุ้ย
        Ex 6 ซีเฉินคง He 7 เซินเหมิน Liv 3 ไท่จง
        UB 15 สินซู Pe 6 เน่ยกวาน UB 62 เซินหม่าย
        He 5 ทงลี่ GB 34 หยางหลิงกวาน

5.3 นอนไม่หลับ (Sleep Disturbances)

จุดสำคัญในการรักษาอาการนอนไม่หลับอยู่ที่ จุด Ex 8 อันเหมี่ยน I และ Ex 9 อันเหมี่ยน II ซึ่งอันเหมี่ยนในภาษาจีน แปลว่า “นอนหลับดี” หลังจากการฝังเข็ม 2-3 ครั้ง ยาที่ผู้ป่วยได้รับอยู่จะลดลง และหยุดการกินยาในที่สุด

Du 20 ไป่หุ้ย
Ex 6 ซีเฉินคง He 7 เซินเหมิน UB 62 เซินหม่าย
Ex 8 อันเหมี่ยน I Pe 6 เน่ยกวาน Sp 6 ซานจินเจียว
Ex 9 อันเหมี่ยน II He 5 ทงลี่ Liv 3 ไท่จง
Ex 1 อิ้นถาง

5.4 การติดสารเสพย์ติด

การรักษาการใช้สารเสพย์ติดได้เริ่มใช้การฝังเข็มในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มที่ติดฝิ่น โดยประสาทศัลยแพทย์ ในฮ่องกงช่วง ปี พ.ศ. 2500 – 2510 พบว่าผู้ป่วยไม่มีอาการถอนยาในระยะแรกของการหยุดใช้ฝิ่น ในระยะแรกยังไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่พบ ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 พบว่าเกิดจากการเพิ่มขึ้นของระดับเอนดอร์ฟินในกระแสเลือด อย่างไรก็ตามความสำเร็จในการรักษาขึ้นอยู่กับจิตบำบัด และสิ่งแวดล้อมต่างของผู้ป่วย

มีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ได้รักษาผู้ป่วยติดเฮโรอีนและโคเคน ที่โรงพยาบาลลินคอล์น, นิวยอร์ค พบว่าในผู้ป่วย 250 คนที่ได้รับการฝังเข็มวันละ 1 ครั้ง ร้อยละ 60-68 หยุดการใช้ยา (จากการตรวจปัสสาวะ) ซึ่งปัจจุบันได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ทั้งจุดฝังเข็ม ที่ลำตัวและจุดจำเพาะที่ใบหู ใช้เป็นจุดฝังเข็มในการรักษาการติดสารเสพย์ติด จุดเซินเหมิน,จุดหัวใจ และจุดไต ที่ใบหู ได้ผลดีมาก

        บางแห่งใช้เพียงจุดที่ใบหูเท่านั้น จุดเซินเหมิน, จุดหัวใจ, จุดตับ, จุดไต และจุด Sympathicus

        Du 20 ไป่หุ้ย
        Du 14 ต้าจุ้ย He 7 เซินเหมิน St 36 จู๋ซานหลี่
        จุดใบหู 55 เซินเหมิน Pe 6 เน่ยกวาน GB 34 หยางหลิงกวาน
        จุดใบหู 100 หัวใจ LI 4 เหอกู่ Liv 3 ไท่จง
        จุดใบหู 98 ตับ SJ 5 ว่ายกวาน
        จุดใบหู 95 ไต
        จุดใบหู 17 sympathicus

5.5 ติดสุรา

การฝังเข็ม ร่วมกับการให้ยา รวมทั้งสภาพสังคม ก็มีผลต่อการหายของผู้ป่วย อวัยวะที่ถูกรบกวนจากการติดสุรา คือ กระเพาะ-ไต และ ตับ-ถุงน้ำดี จุดบนเส้นปราณหัวใจมีส่วนช่วยทำให้ผู้ป่วยสงบลง ร่วมกับจุดเฉพาะที่หูที่ช่วยลดอาการถอนสุรา

        Du 20 ไป่หุ้ย
        Ren 12 จงวาน He 7 เซินเหมิน St 36 จู๋ซานหลี่
        Liv 13 จางเหมิน Pe 6 เน่ยกวาน GB 34 หยางหลิงกวาน
        Liv 14 กีเหมิน Liv 3 ไท่จง
        จุดใบหู 55 เซินเหมิน
        จุดใบหู 84 ปาก
        จุดใบหู 87 กระเพาะ
        จุดใบหู 98 ตับ
        จุดใบหู 17 sympathicus

5.6 การติดสารนิโคติน

การฝังเข็มได้ผลดีมากในผู้ป่วยที่ต้องการอดบุหรี่ อาการอดบุหรี่ ได้แก่ กระสับกระส่าย, หงุดหงิด, หิวจัด, อยากสูบบุหรี่, เหงื่อออก และใจสั่น สามารถบรรเทาด้วยการฝังเข็ม เช่นเดียวกับการติดสารเสพย์ติดต่าง ๆ แรงกระตุ้นภายในผู้ป่วยเองเป็นจุดสำคัญของความสำเร็จ หลังจากผู้ป่วยเริ่มลดการสูบบุหรี่ จะได้รับการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ประมาณ 4-5 ครั้ง

Du 20 ไป่หุ้ย
Ex 6 ซีเฉินคง He 7 เซินเหมิน
Liv 13 จางเหมิน Pe 6 เน่ยกวาน
จุดใบหู 55 เซินเหมิน
จุดใบหู 101 ปอด
จุดใบหู 87 กระเพาะ
จุดใบหู 91 ลำไส้ใหญ่(ในรายที่มีอาการหิวจัด หรือท้องผูก)
จุดใบหู 17 sypatethicus

5.7 โรคอ้วน และน้ำหนักลด

การฝังเข็มสามารถลดอาการหิวมากผิดปกติ เนื่องจากการแพทย์จีนถือว่า ผู้ป่วยโรคอ้วนมักเป็นกลุ่มที่มีการขาดพลังงานในเส้นปราณกระเพาะ-ม้าม ในบางรายมีการเกี่ยวเนื่องถึงเส้นปราณไต

การรักษาโรคอ้วนจะได้ผลต่อเมื่อผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการควบคุมอาหาร และระหว่างที่ให้การรักษาผู้ป่วยต้องดื่มน้ำวันละ 3-4 ลิตรต่อวัน หลังจากการควบคุมอาหารผู้ป่วยจะสามารถเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยการกินและการเลือกอาหารที่จำเป็นได้ง่ายกว่าเดิม การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการควบคุมอาหารจะเป็นผลดีต่อการรักษาระยะยาว การฝังเข็มจะทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และใช้เวลาประมาณ 6-8 ครั้ง

Du 20 ไป่หุ้ย
Ren 12 จงวาน He 7 เซินเหมิน St 36 จู๋ซานหลี่
จุดใบหู 55 เซินเหมิน Pe 6 เน่ยกวาน Liv 3 ไท่จง
จุดใบหู 87 กระเพาะ
จุดใบหู 84 ปาก
จุดใบหู 17 sypatethicus

6. กลุ่มโรคทางประสาทวิทยา (Neurological Disorders)

การฝังเข็มได้ผลดีต่อโรคไมเกรน, ปวดศีรษะเรื้อรัง และการปวดประสาทสามแฉก (Trigeminal Neuralgia) การฝังเข็มจะดีกว่าการรักษาวิธีอื่น พบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคปวดศีรษะหรือไมเกรน ร้อยละ 30 ได้รับการฝังเข็ม การรักษากลุ่มโรคเหล่านี้ได้แพร่หลายในประเทศตะวันตก แม้แต่ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต ก็สามารถทำให้เคลื่อนไหวได้มากขึ้น นอกจากนี้กลุ่มผู้ป่วยชัก สามารถลดอาการชัก และลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำลง

6.1 โรคปวดศีรษะและไมเกรน

อาการปวดศีรษะเรื้อรังเกิดจากการอุดตันการไหลเวียนของพลังชีวิตของศีรษะ การปวดศีรษะเรื้อรังส่วนใหญ่เกิดจากอวัยวะภายใน และเส้นปราณ มากกว่าสภาพอากาศภายนอก จุดปวดเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการรักษา ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้

        อาการปวดศีรษะตามแนวเส้นปราณถุงน้ำดี

จะปวดบริเวณ GB 14 หน้าผากบริเวณเหนือตา การปวดนี้จะปวดบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่าง เส้นปราณซานจินเจียวและถุงน้ำดี จึงมีชื่อเรียกว่า การปวดศีรษะแบบเซาหยาง (Shao-Yang type headache) ซึ่งร้อยละ 40-50 ของอาการปวดศีรษะ

Du 20 ไป่หุ้ย
Ex 6 ซีเฉินคง
GB 14 หยางไป๋ SJ 5 ว่ายกวาน GB 41 หลิงกี
GB 20 เฟงชี LI 4 เหอกู่ GB 37 กวางหมิง
GB 8 ไซกู SJ 3 จงจู St 44 เน่ยติง
Liv 3 ไท่จง

        ปวดศีรษะบริเวณขมับ

        ซึ่งส่วนใหญ่ที่ปวดจะอยู่ตรงจุด St 8 ตูเว่ย สัมพันธ์กับเส้นปราณกระเพาะ

        Du 20 ไป่หุ้ย
        St 8 โถ่วเหว่ย LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยติง
        GB 4 หันยาน LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
        St 7 เซียกหนาน

        ปวดศีรษะตามแนวเส้นปราณกระเพาะปัสสาวะ

        ส่วนใหญ่จะปวดที่จุด UB 2 ซานจู้ (อยู่ระหว่างคิ้ว) หรือ UB 10 เถียนจู้ (บริเวณคอ)

        Du 20 ไป่หุ้ย
        UB 2 ซานจู้ SI 3 ฮูสี UB 60 คุนหลุน
        UB 10 เถียนจู้ LI 4 เหอกู่ UB 67 จี้หยิน

        ปวดศีรษะบริเวณกลางกระหม่อม

        บริเวณจุด Du 20 ไป่หุ้ย เป็นจุดที่ปวดบ่อย สัมพันธ์กับเส้นปราณตับ

        Du 20 ไป่หุ้ย
        Ex 6 ซีเฉินคง LI 4 เหอกู่ Liv 3 ไท่จง
        Liv 14 กีเหมิน SJ 6 ว่ายกวาน Liv 2 สิงเจียน
        GB 34 หยางหลิงกวาน

6.2 อาการปวดประสาทสามแฉก (Trigeminal Neuralgia)

เกิดจากการอุดตันพลังชีวิตจากความเย็น, ความร้อน และลม ช่วยกันทำให้มีการรบกวนพลังชีวิตของเส้นปราณตับและกระเพาะ ทำให้เกิดอาการปวดแสบร้อน หรือปวดตื้อ บางครั้งอาจมีอาการปวดเป็นพัก ๆ , ปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหว หรือในบางรายอาจปวดมากเมื่อถูกลมพัดบริเวณใบหน้า การรักษาจะใช้เข็มประมาณ 10 –12 เล่ม ฝังในด้านตรงข้ามกับที่มีอาการ และกระตุ้นด้วยมือ เพื่อเป็นการบรรเทาอาการ (sedative effects) จุด distal point สำคัญที่ช่วยได้ คือ LI 4 เหอกู่

ในรายที่เป็นรุนแรงและเป็นครั้งแรก จะได้รับการรักษาวันละ 1 ครั้ง ใช้เวลา 30 – 60 นาทีต่อครั้ง ในรายที่เป็นรุนแรงควรจะฝังเข็มด้านตรงกันข้ามกับที่เกิดอาการ เนื่องจากหากฝังเข็มในข้างที่มีอาการ อาจทำให้อาการปวดเพิ่มมากขึ้น หลังจากอาการปวดพอทุเลาลง จึงค่อยฝังเข็มด้านที่เป็นด้วยเข็มเพียง 2-3 เล่ม แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเข็มขึ้น อาการปวดจะลดลงหลังจากการฝังเข็ม 4-5 ครั้งแรก จากระยะนี้ทำต่ออีก 15-20 ครั้ง จะทำให้อาการปวดหายไปได้หลายปี หากมีอาการเกิดขึ้นอีกก็เริ่มการรักษาใหม่

        ปวดบริเวณรอบ ๆ ตา (V 1)

        Du 20 ไป่หุ้ย
        GB14 หยางไป๋ LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยติง
        Ex 2 ไท่หยาง SJ 6 ว่ายกวาน Liv 3 ไท่จง
        UB 2 ซานจู้ St 36 จู๋ซานหลี่
        Ex 1 อิ้นถาง

        ปวดบริเวณกระดูกแมกซิลล่า (V 2)

        Du 20 ไป่หุ้ย
        St 2 ซิไป๋ LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยถิง
        St 3 จูเหลียว SJ 6 ว่ายกวาน Liv 3 ไท่จง
        SI 18 กวานเหลียว SI 3 หูซี St 36 จู๋ซานหลี่
        Du 26 เยิ่นจง
        St 7 เซี๊ยะกวาน
        LI 20 หยิงเซียง

        อาการปวดบริเวณกราม

        Du 20 ไป่หุ้ย
        St 4 ตี้คัง LI 4 เหอกู่ St 44 เน่ยถิง
        St 6 เจียเฉอ SJ 6 ว่ายกวาน Liv 3 ไท่จง
        St 7 เซี๊ยะกวาน
        Ren 24 เชงเจียง
        Ex 5 เจียเชงเจียง

6.3 อัมพาต

การรักษาในคลินิคฝังเข็มในประเทศจีนโดยส่วนใหญ่เป็นโรคนี้ พยากรณ์ของโรคหลอดเลือดสมองจะดีกว่า กลุ่มที่เป็นจากอุบัติเหตุ การฝังเข็มสามารถช่วยลดอาการเกร็งจากอัมพาตได้ถึงร้อยละ 30 ของผู้ป่วย การรักษาผู้ป่วยในระยะแรกที่เป็นจะให้ผลดีมาก แม้ในรายที่เป็นมานาน สามารถช่วยทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นเช่นกัน

การรักษาจะใช้การฝังเข็มประมาณ 2-3 รอบ โดยแต่ละรอบการรักษา จะฝังเข็ม 10-12 ครั้ง หากรอบแรกของการรักษาไม่ไดผลเท่าที่ควร อาจต้องใช้การฝังเข็มที่ศีรษะ (Scalp Acupuncture) เป็นการเสริมการรักษา

        อัมพาตที่แขน

        Du 20 ไป่หุ้ย
        Ex 6 ซีเฉินคง LI 15 เจียนหยู GB 34 หยางหลิงกวาน
        LI 11 ฉวีชี
        LI 10 ซูซานหลี่
        LI 4 เหอกู่
        Ex 28 ปาสี่
        SJ 14 เจียนเหลียว
        SJ 5 ว่ายกวาน
        SJ 3 จงจู้

        อัมพาตที่ขา

        Du 20 ไป่หุ้ย LI 4 เหอกู่ St 32 ฟูทู ที่ต้นขา
        Ex 6 ซีเฉินคง LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
        St 31 ไป่กวาน St 40 เฟงหลง
        St 41 ไจ๋สี่
        St 44 เน่ยถิง
        Ex 36 ป่าเฟิง
        GB 30 ฮวนเตียว
        GB 34 หยางหลิงกวาน
        GB 37 กวางหมิง G
        B 40 กิวสู่
        Liv 3 ไท่จง

6.4 อัมพาตใบหน้า (Facial Paresis, Bell’s Palsy)

ในผู้ป่วย Bell’s palsy การกระตุ้นด้วยมือจะช่วยได้มาก

การใช้ไฟฟ้ากระตุ้นด้วยความถี่ต่ำ ๆ ประมาณ 3-10 เฮิร์ทส์ การกระตุ้น local point ทำในด้านที่เป็น ส่วนการกระตุ้น distal point สามารถกระตุ้นได้ทั้งสองข้าง

Du 20 ไป่หุ้ย
Ex 6 ซีเฉินคง LI 4 เหอกู่ GB 34 หยางหลิงกวาน
St 31 ไป่กวาน LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
GB14 หยางไป๋
Ex 2 ไท่หยาง
St 2 ซิไป๋
St 3 จูเหลียว
St 4 ตี้คัง
St 5 ต้าหยิง
St 7 เสียกวาน
SI 18 กวานเหลียว
Ex 5 เจียเชงเจียง

6.5 ลมชัก (Epilepsy)

      การฝังเข็มมีผลระงับชักเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในรายที่เป็นเฉียบพลัน การฝังเข็มหรือการกดจุดจะทำให้อาการชักลดลง ในขณะชักอยู่ การฝังเข็มที่จุด Du 26 เยิ่นจง จะได้ผลเป็นอย่างมาก ต่อผู้ป่วยถึงร้อยละ 80-90 ในรายที่เร่งด่วน เราสามาถใช้เข็มฉีดยาแทน

      การรักษาเมื่อมีอาการชัก ฝังที่จุด Du 26 เยิ่นจง

      การรักษาเมื่อไม่มีอาการลมชัก

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Ex 6 ซีเฉินคง He 7 เซินเหมิน Ki 1 ยงกวาน
      Ex 1 อิ้นถาง Pe 6 เน่ยกวาน UB 62 เซินหม่าย
      Du 26 เยิ่นจง LI 4 เหอกู่ GB 34 หยางหลิงกวาน
      Liv 3 ไท่จง

7. โรคทางนรีเวชกรรม

      อวัยวะสืบพันธุ์จะเกี่ยวข้องกับเส้นปราณไต อีกทั้งตับก็มีส่วนสำคัญเนื่องจากผ่านอวัยวะสืบพันธุ์

7.1 ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea)
        Du 20 ไป่หุ้ย
        Ren 3 จงจี LI 4 เหอกู่ Ki 1 ยงกวาน
        Ren 6 กีฮ่าย He 7 เซินเหมิน Sp 10 สุฮ่าย
        Ren 4 กวานหยวน Liv 3 ไท่จง
        St 29 กุ้ยหลาย St 36 จู๋ซานหลี่

7.2 อาการปวดจากเนื้องอกทางนรีเวช

การฝังเข็มมีฤทธิ์ระงับปวดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับอาการปวดจากเนื้องอกบริเวณอุ้งเชิงกราน ซึ่งการฝังเข็มจะดีกว่าการใช้ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรง ในรายที่ปวดมากการใช้ไฟฟ้ากระตุ้นจะได้ผลมาก

        Du 20 ไป่หุ้ย
        Ren 4 กวานหยวน LI 4 เหอกู่ Sp 6 ซานจินเจียว
        Du 3 เหยาหยางกวาน LI 11 ฉวีชี St 44 เน่ยถิง
        UB 23 เซินซู Liv 3 ไท่จง
        UB 25 ต้าฉางซู

7.3 การระงับปวดระหว่างการคลอด

การฝังเข็มสามารถระงับปวดระหว่างคลอด อีกทั้งทำให้ระยะเวลาในการคลอดลดลง ในรายที่การหดตัวของมดลูกไม่ดี สามารถเพิ่มการหดตัวได้

Local point อยู่บริเวณท้องส่วนล่าง หรือที่หลังร่วมกับการฝังเข็มที่ distal point สำหรับ distal point จะอยู่ที่ Sp 6 ซานจินเจียว และเน่ยมา ด้านในของขา โดยฝังเข็มเพียงขาข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้นที่จะไม่กีดขวางผู้ทำคลอด

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Ex 6 ซีเฉินคง LI 4 เหอกู่ Sp 6 ซานจินเจียว
      Ren 4 กวานหยวน He 7 เซินเหมิน เน่ยมา
      Du 2 เหยาซู Liv 3 ไท่จง
      Du 6 จี้จง St 36 จู๋ซานหลี่
      GB 21 เจียนจิง UB 67 จี้หยิน

การกระตุ้นไฟฟ้าจะสามารถระงับอาการปวดระหว่างคลอดได้เป็นอย่างดี

8. โรคผิวหนัง

โรคผิวหนังที่สามารถรักษาโดยการฝังเข็มได้แก่ สิว, งูสวัด, เรื้อนกวาง, ผื่นคัน อาการโรคผิวหนัง ส่วนใหญ่มักสัมพันธ์กับเส้นปราณปอดและลำไส้ใหญ่ การรักษาจึงใช้จุดตามเส้นปราณทั้งสองเป็นสำคัญ

หลักการรักษา

    1. เลือกจุดรอบ ๆ รอยโรค แต่ไม่ควรฝังเข็มภายในบริเวณรอยโรค โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแผล
    2. จุดบนเส้นปราณปอด เนื่องจากผิวหนังมีความสัมพันธ์กับเส้นปราณปอด
    3. จุด Sp 10 สูฮ่าย มีฤทธิ์ลดอาการแพ้ (antiallergic properties)
    4. จุด Du 14 ต้าจุ้ย และ Sp 6 ซานจินเจียว มีฤทธิ์ลดการอักเสบและกระตุ้นระบบภูมิค้มกัน
    5. จุด LI 11 ฉวีชี เป็นจุดที่ทำให้เกิดสมดุลและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Homeostatic and immune-enhancin properties)
    6. จุด Lu 9 ไท่หยวน เป็น influential point สำหรับระบบหลอดเลือด

8.1 สิว (Acne Vulgaris)

      การรักษาสิว การเลือกจุดฝังเข็มจะดูตามจุดฝังเข็มที่ใกล้เคียงกับบริเวณที่มีสิว และ distal point ที่เส้นปราณเส้นที่เกี่ยวข้องพาดผ่าน ในที่นี้จะกล่าวถึงสิวที่ใบหน้าและแผ่นหลัง

      สิวที่ใบหน้า

      Du 20 ไป่หุ้ย
      St 3 จูเหลียว LI 4 เหอกู่ St 36 จู๋ซานหลี่
      St 5 ต้ายิง LI 11 ฉวีชี Sp 10 สูฮ่าย
      St 6 เจียเชอ Lu 7 เลี่ยเชีย Sp 6 ซานจินเจียว
      St 7 เสียกวาน Pe 4 สีเหมิน
      Local points

      สิวที่แผ่นหลัง

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Du 14 ต้าจุ้ย LI 11 ฉวีชี St 36 จู๋ซานหลี่
      Du 12 เซินจู้ Lu 7 เลี่ยเชีย UB 60 คุนหลุน
      UB 13 เฝ่ยซู Sp 10 สูฮ่าย
      Local points

8.2 แผลเรื้อรัง

ในรายที่ได้รับรังสีรักษา แล้วเกิดแผลเรื้อรัง ผลการรักษาจะได้ผลดีมาก ภายในระยะเวลา 2-3 วัน เนื้อเยื่อใหม่จะเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว บางรายใช้เวลาเป็นแรมปีจึงหาย

Local points: จุดที่เหนือและใต้ต่อแผล, จุดที่เส้นปราณนั้น ๆ พาดผ่าน หรือจุดที่อยู่ด้านตรงข้ามกับแผลที่เป็น เช่นเป็นแผลที่ต้นขาขวา ก็ฝังเข็มที่ต้นขาซ้ายบริเวณที่ตรงกันข้ามกับแผล

Du 20 ไป่หุ้ย Lu 9 ไท่หยวน Sp 6 ซานจินเจียว
Du 14 ต้าจุ้ย Lu 7 เลี่ยเชีย
LI 11 ฉวีชี

8.3 ผื่นคัน, ผิวหนังอักเสบ (Eczema, Neurodermatitis)

      อาการเหล่านี้เกิดจากการขาดพลังงานหยินของเส้นปราณปอด การรักษาผื่นคันจะกระตุ้นที่จุดบนเส้นปราณปอดและเส้นปราณลำไส้ใหญ่

      Du 20 ไป่หุ้ย
      Du 14 ต้าจุ้ย LI 11 ฉวีชี Sp 10 สูฮ่าย
      จุดที่ใกล้เคียงบริเวณที่เป็น He 7 เซินเหมิน Sp 6 ซานจินเจียว
      LI 4 เหอกู่ St 36 จู๋ซานหลี่

8.4 โรคเรื้อนกวาง (Psoriasis)

ในอาการนี้ การรักษาต้องใช้เวลานาน โดยส่วนใหญ่ใช้เวลา 2-4 รอบการรักษา โดยแต่ละรอบจะทำการฝังเข็ม 10-12 ครั้ง

Du 20 ไป่หุ้ย
จุดที่ใกล้เคียงบริเวณที่เป็น LI 11 ฉวีชี Sp 10 สูฮ่าย
Lu 5 ชีเจ๋อ Sp 6 ซานจินเจียว
Lu 7 เลี่ยเชีย St 36 จู๋ซานหลี่
9. การฝังเข็มในทางทันตกรรม

การประยุกต์การฝังเข็มในประเทศไทยนั้นยังไม่เป็นที่ทราบและแพร่หลาย ทั้ง ๆ ที่มีการค้นคว้าและทดลองในประเทศต่าง ๆ ทั้งภาคคลินิกและทฤษฎีสรีรวิทยาเพื่ออธิบายปรากฎการณ์การระงับปวด และการรักษาโรคกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากการใช้การฝังเข็มในทางทันตกรรมมีข้อดีและข้อจำกัดหลายด้าน ในที่นี้จึงเสนอเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการค้นคว้าและเลือกใช้ในภาวะจำเป็น

9.1 การฝังเข็มชาถอนฟัน

การฝังเข็มชา (Acupuncture Anesthesia) ปัจจุบันได้รับการนำมาใช้ในการผ่าตัดบางอย่างของแผนกศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า นอกจากใช้ในการถอนฟันแล้ว ยังใช้ในการระงับปวดในการผ่าตัดกระดูกขากรรไกร, การผ่าตัดบริเวณต่อมน้ำลายพารอติค, ริมฝีปาก, แก้ม และบริเวณเพดานปาก เป็นต้น อย่างได้ผลมาแล้ว

ในการเลือกจุกฝังเข็มนั้น ให้พิจารณาในตำแหน่งซี่ฟันที่จะถอน แล้วเลือกจุดฝังเข็มด้านเดียวกับฟัน เช่น ถอนข้างขวสก็เลือกจุดข้างขวา ดังตารางข้างล่างต่อไปนี้ ส่วนการกระตุ้นเข็มนั้น อาจจะใช้การกระตุ้นด้วยมือ หรือใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าก็ได้ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติ

        ฟันที่จะถอน

        จุดที่เลือกใช้

        จุดร่วมที่ต้องใช้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นฟันบนหรือฟันล่าง

        LI 4 เหอกู่ หรือแทงจุด LI 4 เหอกู่ ทะลุไปถึง จุด Pe 8

        ฟันหน้าบน

        Du 26 หยินจง, SI 18 เฉวียนเหลียว, LI 3 จุดซานเจียน แทงทะลุไปยังจุด LI 4 เหอกู่

        ฟันกรามน้อยบน

        SI 18 เฉวียนเหลียว, LI 3 จุดซานเจียน แทงทะลุไปยังจุด LI 4 เหอกู่

        ฟันกรามบน

        St 7 เซี่ยกวาน, SI 18 เฉวียนเหลียว, LI 3 จุดซานเจียน แทงทะลุไปยังจุด LI 4 เหอกู่

        ฟันหน้าล่าง

        Ren 24 เฉิงเจียง, LI 3 จุดซานเจียน แทงทะลุไปยังจุด LI 4 เหอกู่

        ฟันกรามน้อยล่าง

        St 5 ต้าหยิง, LI 3 จุดซานเจียน แทงทะลุไปยังจุด LI 4 เหอกู่

        ฟันกรามล่าง

        Ren 24 เฉิงเจียง, St 7 เซี่ยกวาน, St 6 เจี๋ยเชอ, LI 3 จุดซานเจียน แทงทะลุไปยังจุด LI 4 เหอกู่

        ฟันที่ถอน

        โรคของฟันที่ถอน

        จุดที่เลือกใช้

        เหอกู่

        LI 4

        ซานเจียน LI 3

        เหยินจง DU26

        หยิงเซียง LI 20

        ซื่อไป๋ St 2

        เฉวียนเหลียว SI 18

        เซี่ย กวาน St 7

        เจี๋ยเชอ St 6

        เฉิงเจียว Ren24

        เจี่ยเฉิงเจียง Ex 35

        # 21

        Periodontitis

        X

        X

        X

        X

        X

        # 12

        Chronic dentoalveolar abscess

        X

        X

        X

        X

        X

        # 13

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        X

        # 13, # 14

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        X

        X

        # 16

        ”

        X

        X

        X

        X

        # 17

        ”

        X

        X

        X

        X

        # 24

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        # 26, # 27

        ”

        X

        X

        X

        X

        # 27

        ”

        X

        X

        X

        X

        # 43, # 33

        # 32, # 33

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        # 44, # 45

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        # 46, # 47

        # 36, # 37, # 38

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        # 37

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        # 38

        ”

        X

        X

        X

        X

        X

        X คือจุดที่ใช้ในการฝังเข็ม

9.2 การฝังเข็มระงับอาการเจ็บจาการขูดหินน้ำลาย

การขูดหินน้ำลายใต้เหงือกด้วยเครื่องอุลต้าโซนิค (Ultasonic Scaler) มักทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บไม่มากก็น้อย เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว อาจพิจารณาใช้เข็มแทงที่จุด LI 11 ฉวีชีและ LI 4 เหอกู่ ทั้งสอข้าง กระตุ้นก่อนขูดประมาณ 10 นาที


Go to Website